ค้นหาบล็อกนี้

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559

“รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย”

๑.ความผิดตามพรบ.อาวุธปืนฯ รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้เสียหาย คำพิพากษาฏีกา ๑๙๑/๒๕๓๑,๒๗๑๓/๒๕๔๑
๒.ความผิดตามพรบ.จราจรทางบกฯรัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหาย ราษฏร์จึงไม่อาจขอเป็นโจทก์ร่วมในข้อหาดังกล่าวได้ คำพิพากษาฏีกา ๑๑๔๑/๒๕๓๑
๓.ความผิดฐานกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชนชน ตามพรก.การกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ เป็นความผิดที่รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย คำพิพากษาฏีกา ๑๕๖๒/๒๕๓๒
๔.แม้รถผู้เสียหายได้รับความเสียหาย รัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหายในความผิดตามพรบ.จราจรทางบกฯ คำพิพากษาฏีกา ๖๔๘/๒๕๓๗
๕.แม้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการในข้อหาขับรถโดยประมาทน่าหวาดเสียวจนอาจเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น และเมื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินและไม่ยอมหยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควร อันเป็นความผิดตามพรบ.จราจรฯ ก็หมายเพียงว่าศาลชั้น้ต้นอนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าเป้นโจทก์ร่วมได้เฉพาะในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเท่านั้น ผู้เสียหายไม่ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลยตามพรบ.จราจรทางบกฯ ไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย การที่ศาลชั้นต้นรับฏีกาโจทก์ร่วมในข้อหาดังกล่าว ศาลฏีกาไม่รับวินิจฉัยให้ คำพิพากษาฏีกา ๒๘๓๐/๒๕๓๕
๖.ความผิดตามพรบ. การเล่นแชร์ฯ รัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหาย คำพิพากษาฏีกา ๒๙๒๖/๒๕๔๔
๗.พรบ.อาหารฯรัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย บริษัทโจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย การอนุญาตให้โจทก์ร่วมเข้ามาเป็นโจทก์ หมายถึงอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมในข้อหาตามพรบ.เครื่องหมายการค้าเท่านั้น เมื่อศาลพิพากษายกฟ้องข้อหาตามพรบ.อาหารฯ โจทก์ไม่อุทธรณ์ ข้อหานี้จึงยุติไป โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มิสิทธิ์เข้าเป็นโจทก์และไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ในข้อหาพรบ.อาหารฯ คำพิพากษาฏีกา ๖๕๑๓/๒๕๔๖
๘.ฟ้องขอให้ลงโทษฐานบุกรุกและพาอาวุธปืนฯ การขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมคือขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในข้อหาบุกรุกเท่านั้น โจทก์ร่วมไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ขอให้ศาลลงโทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษในความผิดตามพรบ.อาวุธปืนได้ คำพิพากษาฏีกา ๖๗๔๔/๒๕๔๔
ข้อสังเกต ๑.ความผิดบางประเภทรัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหาย แต่ราษฏร์ไม่ใช่ผู้เสียหายแม้จะได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำดังกล่าวก็ตาม เช่น เอาปืนเถื่อนมายิง ผู้เสียหายคงเป็นผู้เสียหายเฉพาะความผิดฐานพยายามฆ่า แต่ไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยไม่มีเหตุอันสมควรตาม พรบ.อาวุธปืนฯ ดังนั้น การที่ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการคงเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้เฉพาะข้อหาพยายามฆ่า แต่ไม่สามารถเข้าเป็นโจทก์ร่วมในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยไม่มีเหตุอันสมควรตาม พรบ.อาวุธปืนฯ เมื่อไม่สามารถเป็นโจทก์ร่วมในข้อหาดังกล่าวจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะอุทธรณ์ในข้อหาดังกล่าวได้ คงอุทธรณฺฏีกาได้เฉพาะข้อหาพยายามฆ่าเท่านั้น
๒. การที่จำเลยขับรถด้วยความเร็วสูงชนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส ผู้เสียหายเป็นผู้เสียหายเฉพาะในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสเท่านั้น แต่ความผิดฐานขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กฏหมายกำหนดตาม พรบ.จราจรทางบกฯเป็นความผิดที่รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย ราษฏร์จะมาฟ้องหรือขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการในข้อหาดังกล่าวไม่ได้
๓.ความผิดฐานกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชนชน ตามพรก.การกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ เป็นความผิดที่รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย ราษฏร์ไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดดังกล่าว ราษฏร์คงเป็นผู้เสียหายได้เฉพาะในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตาม ป.อ. มาตรา ๓๔๑,๓๔๓ เท่านั้น เพราะความผิดตามพรก.การกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อเป็นมาตราการในการป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกเอารัฐเอาเปรียบจากนายทุนที่ให้กู้ยืมเงินเกินกว่าอัตราดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นการทำนาบนหลังคน จึงเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้นซึ่งก็คือ พนักงานอัยการเท่านั้นที่จะดำเนินคดี ราษฏร์ไม่สามารถฟ้องร้องในความผิดฐานนี้ได้
๔.การที่จำเลยขับรถฝ่าไฟแดงไปเฉี่ยวชนรถคนอื่นเสียหาย ผู้เสียหายคงเป็นผู้เสียหายได้เฉพาะในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย แต่ไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานขับรถฝ่าฝืนสัญญาณจราจรตามพรบ.จราจรทางบกฯ การที่ศาลชั้นต้นเผลอรับอุทธรณ์ของผู้เสียหายในความผิดฐานนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฏีกาไม่รับวินิจฉัยให้
๕.ความผิดฐานขับรถโดยประมาทน่าหวาดเสียวอันอาจเป็นอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ขับรถก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินผู้อื่น ไม่หยุดช่วยเหลือและแสดงตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ได้หลบหนีไป(ชนแล้วหนี) อันเป็นความผิดตาม พรบ.จราจรทางบกฯ รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย ราษฏร์ที่ได้รับความเสียหายไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานนี้ การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้เสียหายให้ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการคงแปลได้เพียง ศาลอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมเฉพาะข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเท่านั้น ส่วนข้อหาขับรถโดยประมาทน่าหวาดเสียวอันอาจเป็นอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ขับรถก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินผู้อื่น ไม่หยุดช่วยเหลือและแสดงตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ได้หลบหนีไป(ชนแล้วหนี) อันเป็นความผิดตาม พรบ.จราจรทางบกฯ รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย การที่ศาลชั้นต้นเผลอไปรับฏีกาของโจทก์ร่วมในข้อหานี้ ศาลฏีกาไม่รับวินิจฉัยให้
๖.ความผิดตามพรบ.แชร์ราษฏร์ไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะดำเนินคดีนี้ได้
๗.พรบ.อาหารฯ รัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหาย การที่ศาลชั้นต้น(ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ)เผลออนุญาตให้โจทก์ร่วมเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการโจทก์ย่อมหมายความเพียงอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมในพรบ.เครื่องหมายการค้าเท่านั้น เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพิพากษายกฟ้องในข้อหาตามพรบ.อาหารฯ อัยการโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ โจทก์ร่วมเมื่อไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฏหมายย่อมไม่มีสิทธิ์ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการโจทก์ และไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ในข้อหาตามพรบ.อาหารฯได้
๘.อัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานบุกรุก มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะฯ การที่ศาลอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการคือให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมในข้อหาบุกรุกเท่านั้น ดังนั้นการที่ศาลจำคุกจำเลยฐานบุกรุก ๖ เดือน ฐานพาอาวุธปืนฯจำคุก ๓ เดือน ฐานมีอาวุธปืนจำคุก ๖ เดือนโดยไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้รอการลงโทษจำคุก โจทก์ร่วมฏีกาได้เฉพาะข้อหาบุกรุกเท่านั้น แต่ไม่สามารถฏีกาในข้อหามีอาวุธปืนฯและพาอาวุธฯปืน เมื่อโจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีสิทธิ์ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม จึงไม่มีสิทธิ์ฏีกาขอไม่ให้ศาลไม่รอการลงโทษจำคุกจำเลยได้

ไม่มีความคิดเห็น: