ค้นหาบล็อกนี้

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559

“เปลือยกายยืนกลางถนน"

ผู้ต้องหาขับรถโดยสารประจำทางเพื่อไปส่งผู้โดยสารที่จังหวัดอุบล เห็นผู้ตายยืนเปลือยกายกลางถนนในช่องทางเดินรถของผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาและนาย อ. พนักงานบริการประจำรถอ้างว่า ที่เกิดเหตุไม่มีไฟฟ้าสาธารณะ และผู้ต้องหาพบผู้ตายเมื่อรถยนต์ผู้ต้องหาขับห่างผู้ตาย ๕ ถึง ๑๐ เมตร จึงได้หักรถไปทางซ้ายเล็กน้อยแต่ไม่พ้น เนื่องจากผู้ตายอยู่ระยะกระชั้นชิดและหากหักรถมากไปกว่านี้หรือเบรครถกระทันหันรถอาจเสียหลักตกไหล่ทางและพลิกคว่ำได้ จึงเป็นเหตุให้รถที่ผู้ต้องหาขับชนผู้ตายถึงแก่ความตาย พิจารณาสภาพรถคันเกิดเหตุ เห็นว่าเป็นรถยนต์ขนาดใหญ่สำหรับใช้รับส่งคนโดยสารในช่วงเวลากลางคืนและเป็นระยะทางไกล ฉะนั้นระบบไฟส่องสว่างของรถยนต์ย่อมมีประสิทธิภาพในการส่องสว่างได้ดีในระยะไกลไม่น่าจะต่ำกว่า ๕๐ เมตร ทั้งสภาพทั่วไปของถนนที่เกิดเหตุเป็นทางโล่งแจ้งไม่มีสิ่งบดบังสายตา ผู้ต้องหาย่อมมองเห็นผู้ตายยืนอยู่บนถนนกีดขวางทางเดินรถ ผู้ตายอยู่ในสภาพที่เปลือยกาย ผู้ต้องหาย่อมรู้ได้ว่า ผู้ตายไม่สมประกอบ ผู้ต้องหายิ่งต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น หากผู้ต้องหาขับรถด้วยความระมัดระวังและด้วยความเร็วสูงพอสมควร ผู้ต้องหาย่อมต้องลดความเร็วโดยห้ามล้อรถและหยุดรถได้ทัน แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่ได้ลดความเร็วและห้ามล้อรถยนต์ในขณะเกิดเหตุแต่อย่างใด เพียงแต่หลบไปทางซ้ายเล็กน้อย พิจารณาจากสภาพศพประกอบความเสียหายของรถยนต์ แสดงว่าผู้ตายถูกชนโดยแรง รับฟังได้ว่าผู้ต้องหาขับรถในขณะเกิดเหตุด้วยความเร็วสูงปราศจากความระมัดระวังเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้ตายถึงแก่ความตาย ชี้ขาดความเห็นแย้ง ๑๙๒/๒๕๕๑
ข้อสังเกต ๑. ข้ออ้างผู้ต้องหาอ้างว่าที่เกิดเหตุไม่มีแสงไฟและเห็นผู้ตายในระยะกระชั้นชิดได้หักหลบแล้วแต่ไม่พ้นจึงได้ชนผู้ตายโดยไม่สามารถเบรคหรือหักหลบได้เพราะรถอาจพลิกคว่ำตกถนนนั้นรับฟังได้หรือไม่อย่างไรนั้น เห็นว่า ข้ออ้างที่ว่าที่เกิดเหตุไม่มีแสงไฟที่เกิดเหตุมืดนั้น เห็นว่า รถโดยสารที่ผู้ต้องหาขับเป็นรถขนาดใหญ่ใช้เดินทางข้ามจังหวัดเพื่อไปส่งผู้โดยสารที่จังหวัดอุบลราชธานีย่อมต้องมีระบบไฟที่มีความส่องสว่างและสามารถมองเห็นทางข้างหน้าไม่น่าจะน้อยกว่า ๕๐ เมตร เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และความปลอดภัยของผู้โดยสารที่โดยสารมาในรถคันดังกล่าว ทั้งที่เกิดเหตุเป็นที่โล้งแจ้งไม่มีสิ่งบดบังสายตา เป็นทางตรงไม่ใช่ทางโค้ง ผู้ต้องหาย่อมเห็นผู้ตายยืนอยู่กลางถนนแล้ว และการที่ผู้ตายยืนเปลือยกายกลางถนนในเวลากลางคืนก็ถือเป็นสิ่งผิดปกติที่คนทั่วไปจะกระทำ ผู้ต้องหาย่อมทราบได้ว่า ผู้ตายน่าจะมีสภาพจิตผิดปกติกว่าคนทั่วไปจึงยิ่งต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ การที่สภาพศพผู้ตายและความเสียหายที่เกิดกับตัวรถโดยสารที่เป็นรถขนาดใหญ่มีสภาพความเสียหายมากแสดงให้เห็นว่า เป็นการชนโดยแรงทั้งผู้ต้องหาก็อ้างว่าไม่สามารถหักหลบมากหรือเบรครถเพราะจะทำให้รถตกถนน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้ต้องหาน่าที่จะขับรถด้วยอัตราความเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนดแล้วเฉียวชนผู้ตาย
๒.การที่หักรถไปทางซ้ายแล้วไม่พ้นก็น่าเชื่อว่าเพราะขับรถมาด้วยความเร็วสูงจึงไม่อาจเบรคหรือหักพวงมาลัยรถให้มากไปกว่านี้ได้เพราะจะทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำหรือตกถนนได้ ผู้ต้องหาซึ่งขับรถโดยสารประจำทางซึ่งเป็นรถโดยสารขนาดใหญ่มีผู้โดยสารหลายคนโดยสารมาในรถและวิ่งทางไกลออกต่างจังหวัด จึงย่อมต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อมิให้เกิดอุบัติเหตุซึ่งจะเป็นอันตรายต่อผู้โดยสารและบุคคลอื่น การที่ผู้ต้องหาขับรถในเวลากลางคืนด้วยความเร็วสูง ในเวลากลางคืนสองข้างทางไม่มีไฟทาง สภาพการมองเห็นย่อมต่ำกว่าการขับรถในเวลากลางวัน ทัศนะวิสัยต่ำกว่าในเวลากลางวัน จึงจำต้องใช้ความระมัดระวังสูงด้วยการขับรถด้วยความเร็วในอัตราที่กฎหมายกำหนด การที่ผู้ต้องหาขับรถด้วยความเร็วสูงเห็นผู้ตายยืนเปลือยกายกลางถนนซึ่งผิดปกติที่คนทั่วไปจะมายืนเปลือยกายยืนกลางถนนในเวลากลางคืน คนทั่วไปที่เห็นย่อมสันนิษฐานได้ว่าคนดังกล่าวน่าจะมีสภาพจิตที่ผิดปกติ จึงยิ่งต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษด้วยการลดความเร็วของรถลงเพื่อป้องกันการเฉี่ยวชน ลำพังเพียงแค่การหักหลบไปทางซ้ายเพียงเล็กน้อยในขณะที่ขับรถด้วยความเร็วสูงย่อมไม่เพียงพอแก่การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ หากผู้ต้องหาขับรถด้วยความเร็วต่ำก็น่าที่จะห้ามล้อรถได้ทัน แต่การที่ผู้ต้องหาไม่ได้ห้ามล้อรถเพียงหักเลี้ยวไปเล็กน้อยย่อมไม่เพียงพอแก่การกระทำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเฉี่ยวชนผู้ตาย ดังนั้นการที่รถเฉี่ยวชนผู้ตายถือว่าเป็นการกระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในสภาวะผู้ขับขี่รถสาธารณะเช่นจำเลยจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ด้วยการขับรถโดยสารขนาดใหญ่ด้วยความเร็วต่ำในเวลากลางคืนซึ่งมีทัศนะวิสัยต่ำในการมอง เพื่อป้องกันการเฉี่ยวชน และผู้ต้องหาอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ การกระทำของผู้ต้องหาจึงเป็นการขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฏหมายกำหนด และเป็นการขับรถโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นและประชาชน และเป็นการขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายข้ออ้างของผู้ต้องหาไม่สามารถรับฟังได้จะนำมารับฟังว่าเป็นเหตุสุดวิสัย มิใช่ผลเกิดจากการกระทำโดยประมาทของผู้ต้องหาหาได้ไม่ ตามพรบ.จราจรทางบกฯ มาตรา ๔๓(๔)(๘),๖๗,๑๕๒,๑๕๗ ,๑๖๐ ป.อ. มาตรา ๒๙๑
๓.เมื่อข้อต่อสู้ของผู้ต้องหาไม่อาจอ้างว่าเป็นการกระทำโดยเหตุสุดวิสัยหรือเป็นความผิดของผู้ตายเอง ผู้ต้องหาซึ่งขับรถโดยสารขนาดใหญ่ย่อมเป็นผู้ครอบครองควบคุมยานพาหนะซึ่งเดินด้วยเครื่องจักรกลจึงต้องรับผิดชอบเพื่อความเสียหายอย่างใดๆอันเกิดจากยานพาหนะนั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๔๓๗ โดยต้องรับผิดในค่าสินไหมทดแทนอันได้แก่ค่าปลงศพ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอื่นๆด้วย และอาจต้องรับผิดชอบต่อค่าขาดไร้อุปการะ หากการตายของผู้ตายทำให้บุคคลใดขาดไร้อุปการะ และอาจต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกในกรณีที่เขาต้องขาดแรงงานในกรณีที่ผู้ตายมีความผูกพันตามกฎหมายที่ต้องทำการงานให้เป็นคุณแก่บุคคลภายนอกในครัวเรือนหรือในอุตสาหกรรมของบุคคลภายนอกด้วย ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๔๔๓, ๔๔๕

ไม่มีความคิดเห็น: