ค้นหาบล็อกนี้

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แล้วแต่ดวง

“คำพิพากษาในแนวแรก
๑.หลอกลวงว่าสามารถวิ่งเต้นอัยการและศาลล้มคดีได้ จึงได้มอบเงินให้ ถือมีวัตถุประสงค์เป็นการร่วมกับจำเลยนำสินบนไปให้เจ้าพนักงาน ถือว่าใช้ให้จำเลยกระทำความผิด แม้จะไม่ทราบว่านำเงินไปวิ่งเต้นคดีหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานฉ้อโกง คำพิพากษาฏีกา ๕๑๗๒/๒๕๕๔
๒.มอบเงินให้ไปวิ่งเต้นติดสินบนเจ้าพนักงานเพื่อนำไม้จากต่างประเทศเข้าประเทศไทย แม้จำเลยจะไม่ได้นำไปวิ่งเต้นติดสินบน แต่เมื่อมีวัตถุประสงค์เพื่อให้จำเลยไปวิ่งเต้นติดสินบนซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ถือมีส่วนร่วมในการกระทำผิด ไม่ใช่ผู้เสียหาย คำพิพากษาฏีกา ๑๐๑๐๗/๒๕๒๕๓
๓.มอบเงินให้จำเลยเพื่อไปมอบให้คณะกรรมการสอบหรือบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งเสมียน เพื่อให้บุตรเข้ารับราชการโดยไม่ต้องสอบเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบกฏหมาย ไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฉ้อโกง แม้ร้องทุกข์ก็ไม่ทำให้โจทก์มีอำนาจฟ้อง คำพิพากษาฏีกา ๑๙๖๐/๒๕๓๔
๔.มอบเงินให้จำเลยเพื่อเป็นการตอบแทนที่จำเลยเสนอเรื่องขอซื้อสินค้าของผู้เสียหายต่อผู้บังคับบัญชาจนเป็นผลสำเร็จ เป็นการมอบเงินเพื่อจูงใจให้กระทำการอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย คำพิพากษาฏีกา๒๙๒๕/๒๕๓๑
๕.สมัครใจนำเงินร่วมกับจำเลยทั้งสองเล่นการพนันเพื่อโกง ท. และแสดงการโกงการพนันให้ผู้เสียหายและสอนวิธีการโกง ขณะเล่นผู้เสียหายก็อยู่ในห้องด้วย ถือสมัครใจเล่นการพนันไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย คำพิพากษาฏีกา ๑๙๑๓/๒๕๔๖,๑๘๑๓/๒๕๓๑,๔๓๖/๒๕๓๐,๔๘๑/๒๕๒๔
คำพิพากษาแนวที่สอง
๑.ตกลงว่าหากมอบเงินให้ บุตรจะเข้าโรงเรียนนายสิบทหารบกได้ ต่อมาก็ไม่สามารถสอบเข้าได้ เพราะจำเลยไม่สามารถช่วยให้เข้าเรียนได้ ไม่ปรากฏว่ามอบเงินให้เพื่อนำไปมอบให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องในการสอบ เป็นเพียงหลอกลวงเพื่อให้ได้เงิน ไม่ถือร่วมกับจำเลยให้สินบนเจ้าพนักงาน จึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย คำพิพากษาฏีกา ๔๗๔๔/๒๕๓๗
๒.มอบเงินให้จำเลยเพื่อให้สามารถเข้าเป็นสารวัตรทหารโดยไม่ต้องสอบ ไม่ปรากฏว่าให้เงินไปเพื่อนำไปให้ข้าราชการทหารคนหนึ่งคนใดอันไม่ชอบด้วยหน้าที่ ถือไม่ได้ว่าใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด จึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายที่จะร้องทุกข์ได้ ส่วนที่ทำบันทึกกันว่า “ หากจำเลยนำเงินมาคืนภายในกำหนดจะไม่เอาเรื่องทั้งทางแพ่งและทางอาญา ไม่ใช่เป็นการยอมความโดยสิ้นเชิง เป็นการยอมความโดยมีเงื่อนไข สิทธิ์ในการนำคดีมาฟ้องระงับไปต่อเมื่อได้ชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายแล้วเท่านั้น คำพิพากษาฏีกา ๑๕๐๐/๒๕๓๖
๓.หลอกว่าสามารถช่วยให้เป็นเจ้าพนักงานการรถไฟโดยไม่ต้องสอบโดยต้องเสียเงินเพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายและค่าติดต่อกับผู้ใหญ่ ไม่ปรากฏว่าให้เงินไปเพื่อจูงใจเจ้าพนักงานให้กระทำการอันไม่ชอบด้วยหน้าที่ ถือไม่ได้ว่าเป็นการใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด เป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย คำพิพากษาฏีกา ๒๑๗๔/๒๕๓๐
๔.ถูกหลอกให้มาร่วมลงทุนเล่นการพนัน เป็นเพียงแผนการที่สร้างเพื่อหลอกเอาเงินจากผู้เสียหาย ทั้งผู้เสียหายก็ไม่มีเจตนาร่วมเล่นกับจำเลยมาแต่ต้น การมอบเงินให้จึงเป็นการตกหลุมพรางที่วางไว้โดยถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายเข้าร่วมเล่นการพนันกับจำเลยทั้งสอง เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย คำพิพากษาฏีกา ๕๖๑๒/๒๕๕๖
๕.หลอกให้ร่วมเล่นการพนันเพื่อให้ พ. ไม่ต้องเสียเงิน จึงได้ร่วมเล่นด้วย เป็นเหตุการณ์ที่จำเลยกับพวกสร้างขึ้นมาเพื่อเอาเงินโดยวิธีการอันแนบเนียน ไม่ได้เป็นผู้สร้างเรื่องให้มีการเล่นการพนัน ไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย คำพิพากษาฏีกา ๓๓๒๗/๒๕๓๒
ข้อสังเกต ๑. ผู้เสียหาย คือบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดอาญาฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย ซึ่งการที่จะเป็นผู้เสียหายนั้น ต้องได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดอาญาฐานใดฐานหนึ่ง และต้องไม่มีส่วนรู้เห็นหรือร่วมในการกระทำความผิดอาญาด้วย หากมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดอาญา ย่อมเป็นเพียงผู้เสียหายโดยพฤตินัย แต่ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย หากเป็นความผิดต่อส่วนตัวแม้จะมาร้องทุกข์ก็ไม่ทำให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจในการสอบ พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้องคดี หากเป็นความผิดที่เป็นอาญาแผ่นดินแม้ไม่ใช่การร้องทุกข์โดยชอบเพราะไม่ใช่ผู้เสียหายเพราะมีส่วนร่วมในการกระทำ แต่ก็ถือว่าเป็นการกล่าวโทษโดยบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้เสียหายได้กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ว่ามีบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้กระทำความผิดอาญาขึ้น โดยผู้ที่จะเป็นโจทก์ฟ้องในกรณีนี้ได้คือ พนักงานอัยการ แต่ผู้เสียหายไม่สามารถฟ้องเองได้เพราะไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฏหมายเพราะมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด
๒.การมอบเงินเพื่อให้นำไปวิ่งเต้นคดีหรือนำไปติดสินบนเพื่อนำไม้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ หรือการมอบเงินเพื่อให้นำไปมอบให้แก่คณะกรรมการสอบ หรือเพื่อเป็นการตอบแทนที่สามารถวิ่งเต้นให้สินค้าของตนสามารถขายในหน่วยงานของทางราชการได้ ในกรณีเหล่านี้แม้จำเลยจะไม่ได้นำเงินดังกล่าวไปมอบให้เจ้าพนักงานหรือนำเงินไปมอบก็ตาม ถือผู้เสียหายมีส่วนในการกระทำความผิดฐานให้ ขอให้ รับว่าจะให้ เงินหรือทรัพย์สินอื่นแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจเจ้าพนักงานให้กระทำการหรือไม่กระทำการตามหน้าที่ ถือเป็นการใช้ให้เจ้าพนักงานกระทำความผิดแล้วจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะดำเนินคดีฐานฉ้อโกงกับจำเลยได้ แม้ว่าจำเลยรับเงินแล้วจะไปวิ่งเต้นหรือไม่ได้ไปวิ่งเต้นเจ้าพนักงานก็ตาม
๓.แต่อย่างไรก็ตามมีคำพิพากษากลุ่มที่สองที่วินิจฉัยว่า การมอบเงินให้จำเลยไป ไม่ปรากฏว่ามอบเงินเพื่อให้จำเลยนำไปจูงใจเจ้าพนักงานให้กระทำการอันไม่ชอบด้วยหน้าที่ เป็นผู้เสียหายที่สามารถดำเนินคดีได้ ด้วยความเครารพในคำพิพากษาแนวที่สอง ในความเห็นส่วนตัวเห็นว่า เมื่อมีการวิ่งเต้นให้มีการสอบเข้ารับราชการได้หรือสามารถเข้าทำงานได้ เมื่อตัวผู้ที่มาวิ่งเต้นไม่มีอำนาจในการจัดสอบ หรือแม้ว่ามีอำนาจในการจัดสอบก็ตาม การมอบเงินให้ก็เท่ากับเป็นการให้ ขอให้ รับว่าจะให้ เงินและทรัพย์สินอื่นใดแก่เจ้าพนักงานในการกระทำการที่ไม่ชอบด้วยหน้าที่แล้ว การมอบเงินให้จะอ้างว่าไม่ปรากฏว่ามอบเงินให้จำเลยเพื่อให้จำเลยไปวิ่งเต้นให้เจ้าพนักงานกระทำการอันไม่ชอบด้วยหน้าที่นั้นน่าจะไม่ถูกต้อง เพราะรู้ทั้งรู้ว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าพนักงานที่มีอำนาจให้สอบเข้าได้ หรือแม้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจในการจัดสอบ แต่การช่วยเหลือให้สอบเข้าได้ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยระเบียบแบบแผนและกฎหมาย ซึ่งก็หมายความว่า ให้เงินแก่จำเลยซึ่งเป็นตัวกลางที่จะนำเงินไปให้เจ้าพนักงานอีกที การมอบเงินให้ก็มีเจตนาชั่วร้ายอยู่ในตัวที่ต้องการเอาเปรียบผู้สอบแข่งขันรายอื่นเพื่อให้ตนสามารถเข้าไปเรียนหรือเข้าไปทำงานได้ และหากเรียนจบมาก็คงต้องวิ่งเต้นให้ตนเองสามารถเข้าทำงานได้ เมื่อเข้าทำการได้ก็จะต้องถอนทุนคืนที่เสียเงินวิ่งเต้นให้เข้าเรียนหรือเข้าทำงานได้ การกระทำดังกล่าวมีเจตนาชั่วร้ายอยู่ในตัวแล้ว และรู้ทั้งรู้ว่าการมอบเงินให้เพื่อไปวิ่งเต้นเจ้าพนักงาน ไม่ว่าจะมีการไปวิ่งเต้นหรือไม่ก็ตาม ก็ถือมีเจตนาชั่วร้ายอยู่ในตัวจึงไม่น่าใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะดำเนินคดีได้
๔.ส่วนการที่ศาลฏีกาวินิจฉัยว่า ถูกหลอกให้มาร่วมลงทุนเล่นการพนัน เป็นเพียงแผนการที่สร้างเพื่อหลอกเอาเงินจากผู้เสียหาย ทั้งผู้เสียหายก็ไม่มีเจตนาร่วมเล่นกับจำเลยมาแต่ต้น การมอบเงินให้จึงเป็นการตกหลุมพรางที่วางไว้โดยถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายเข้าร่วมเล่นการพนันกับจำเลยทั้งสอง หรือการถูกหลอกให้เล่นการพนัน เพื่อให้ พ. ไม่ต้องเสียเงิน จึงได้ร่วมเล่นด้วย เป็นเหตุการณ์ที่จำเลยกับพวกสร้างขึ้นมาเพื่อเอาเงินโดยวิธีการอันแนบเนียน นั้นด้วยความเครารพในคำพิพากษาศาลฏีกา การเล่นการพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย การพนันขันต่อหาก่อให้เกิดหนี้ สิ่งที่ได้ให้กันไปในการพนันทวงคืนไม่ได้เพราะหามูลหนี้ไม่ได้ ปพพ มาตรา ๘๕๓ การที่มอบเงินให้ไปเพื่อให้นำไปเล่นการพนัน ถือมีส่วนร่วมในการเล่นการพนันด้วย หรือใช้ให้ผู้อื่นเล่นการพนัน ดังนั้นจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย หาใช่เป็นเพียงหลุมพรางที่จำเลยขุดขึ้นมาหรือเป็นวิธีการอันแนบเนียนในการหลอกเพื่อให้ได้เงินแต่อย่างใดไม่ เป็นความเห็นส่วนตัวครับ
๕.นำเงินเพื่อเข้าร่วมเล่นการพนันโดยจำเลยสอนวิธีการเล่นและวิธีการโกงและขณะเล่นการพนันก็อยู่ในที่เกิดเหตุ แสดงให้เห็นว่ามีเจตนาร่วมเล่นการพนัน ทั้งตามพรบ.การพนันฯ มาตรา ๖ ก็สันนิษฐานว่าอยู่ในวงการพนันให้สันนิษฐานว่าเล่นการพนัน เมื่อฟังได้ว่ามีเจตนาร่วมเล่นการพนันอันเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย ถือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ซึ่งในกรณีนี้มีคำพิพากษาฏีกาที่ ๒๙๐๕/๒๕๔๓ วินิจฉัยว่า จำเลยทำทีขอเช่าที่ดินจากผู้เสียหายเพื่อสร้างความสนิทสนม แล้วพาไปที่บ้านให้ดื่มน้ำผสมของมึนเมา แล้วพาผู้เสียหายไปถอนเงินและยืมเงินไปเล่นการพนัน โดยไม่เคยปริปากพูดถึงเรื่องการเช่าที่ดิน เป็นแผนการที่หากไม่มีการนัดแนะกันมาก่อนย่อมจะเกิดสอดคล้องกันได้ยาก ตามคำพิพากษานี้เห็นว่ามีแผนการหลอกผู้เสียหายโดยทำทีเป็นจะมาขอเช่าที่ดินเพื่อสร้างความคุ้นเคย มีการพาไปที่บ้านให้ดื่มของมึนเมา พาไปถอนเงินที่ธนาคารแล้ว “ ยืมเงิน” ไปเล่นการพนันแล้วเสียการพนันทั้งหมด เป็นแผนการที่จำเลยกับกระทำขึ้น หาใช่ผู้เสียหายมีเจตนาที่จะเข้าร่วมเล่นการพนันแต่อย่างใดไม่ ทั้งเงินที่มอบให้ไปจำเลยก็อ้างว่า “ขอยืม” ไม่ได้ขอหรือผู้เสียหายมอบให้เพื่อเล่นการพนัน จึงเป็นผู้เสียหายตามกฏหมาย
๕.เมื่อมีคำพิพากษาออกเป็นสองแนวแบบนี้ก็แล้วแต่ครับว่าจะเจอผู้พิพากษาที่ยึดแนวใดเป็นเกณท์

ไม่มีความคิดเห็น: