บทความ

“จิตบกพร้องโรคจิตจิตฟั่นเฟือน”

๑.จำเลยมีอาการผิดปกติมานานแล้ว มีกำเริบเป็นครั้งคราว ไม่อาจรับรู้ได้ล่วงหน้า เมื่อมีอาการทางจิตแล้วจะรู้สึกกลัว และจำอะไรไม่ได้ จำเลยฟันผู้เสียหายทั้งสี่ได้รับบาดเจ็บ ไม่ปรากฏว่าเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนอันจะเป็นมูลเหตุให้มุ่งทำร้าย เป็นการผิดปกติวิสัยที่คนจิตปกติจะมาทำร้ายโดยไม่ปรากฏสาเหตุใดๆมาก่อนหรือมีสาเหตุโกรธเคืองมาก่อน เป็นการทำร้ายในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบ ไม่สามารถบังคับตนเองได้ เพราะมีจิตบกพร่องโรคจิต ไม่ต้องรับโทษ การไม่ต้องรับโทษต้องพิจารณาผู้กระทำว่า รู้สึกผิดชอบในการกระทำ “ ในขณะนั้น” กับ “ ขณะนั้น” สามารถยับยั้งหรือบังคับตนเองได้หรือไม่ อันเนื่องจากจิตบกพร่อง โรคจิต ไม่ใช่ถือเอากากรกระทำของจำเลยภายหลังเกิดเหตุ ที่นำชี้ที่เกิดเหตุ กับแสดงท่าทางในการกระทำผิดมาเป็นเกณฑ์ประกอบการกระทำความผิดที่กระทำก่อนแล้วไม่ คำพิพากษาฏีกา ๕๓๐/๒๕๔๒ ๒.จำเลยป่วยด้วยโรคซึมเศร้าเกิดความเครียดในการประกอบอาชีพ รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า จนมีความก้าวร้าวสะสมมากขึ้น เมื่อพบโจทก์ร่วมกำลังขับเรื่อเร่ขายสินค้าเช่นเดียวกับจำเลย จึงกระตุ้นให้มีความก้าวร้าวมากขึ้นจนทำร้ายโจทก์ร่วมอย่าสงรุนแรง แต่จำเลยยังขับเ...

“กรรมเดียวหรือสองกรรม”

๑.ผิดฐานร่วมกันบุกรุกตาม ปอ มาตรา ๓๖๕(๒)แล้ว ไม่ผิดบุกรุกตาม ปอ มาตรา ๓๖๒ ซึ่งเป็นการบุกรุกไม่มีเหตุฉกรรจ์อีก คำพิพากษาฏีกา ๑๑๕๖/๒๕๑๗ ๒.หมิ่นประมาทตาม ปอ มาตรา ๓๒๖ด้วยการโฆษณา กฎหมายให้ต้องรับโทษตาม ปอ มาตรา ๓๒๘ เป็นเหตุฉกรรจ์ให้รับโทษเป็นขั้นๆไป ไม่ใช่ทำผิดกฎหมายหลายบท คำพิพากษาฏีกา ๓๘๘๙/๒๕๓๑ ๓.ใช้ให้ทำผิดและร่วมทำผิดด้วย เป็นกรรมเดียวฐานเป็นตัวการร่วมกระทำผิด คำพิพากษาฏีกา ๒๔๙๗/๒๕๑๘ ๔.บอกให้ อ. ยิงตำรวจ และได้ร่วมกับ อ.ยิงตำรวจด้วยโดยดึงพานท้ายปืนตำรวจไว้ไม่ให้ป้องกันตัว เป็นการใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดด้วยและเข้าร่วมในการกระทำผิดด้วย จึงเกลื่อนกลืนกัน เป็นตัวการร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน คำพิพากษาฏีกา ๑๘๕/๒๕๒๐ ๕.ส่งมีดให้จำเลยที่ ๑ พร้อมบอกให้แทงผู้ตาย เป็นการส่งเสริมในการฆ่า เป็นผู้ใช้ให้ฆ่า เมื่อจำเลยที่ ๑รับมีดแล้วได้ แทงผู้ตาย ก็หลบหนีไปด้วยกัน เป็นตัวการร่วมในการกระทำความผิด เป็นกรรมเดียวฐานเป็นตัวการร่วมกันฆ่า คำพิพากษาฏีกา ๑๕๘/๒๕๕๓ ๖.ใช้ให้ผู้อื่นปลอมบัตรประชาชนแล้วได้เข้าร่วมในการปลอมนั้นด้วย ความผิดฐานใช้ให้ปลอมบัตรประชาชนจึงเกลื่อนกลืนเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานปลอมบัตรปร...

“ภรรยาชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

๑.ผู้ตายกำลังชำเราภรรยาจำเลย แม้ไม่ใช่ภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็อยู่ด้วยกันจนมีบุตร ๖ คน ย่อมมีความรักความหวงแหน การที่ใช้มีดพับเล็กๆที่หาได้ในทันทีทันใดแทงผู้ตาย ๒ ที แทงภรรยา ๑ ที เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ คำพิพากษาฏีกา ๒๔๙/๒๕๑๕ ๒.จำเลยเห็นผู้ตายกอดปล้ำเพื่อจะกระทำชำเราภรรยา จึงเข้าไปฟันผู้ตาย ๒ ครั้ง แล้ววิ่งหนีไปหลังบ้านเพราะกลัวจะคว้ามีดเข้าทำร้าย ผู้ตายวิ่งไล่ตามไปติดๆ เมื่อหนีไม่พ้นจึงหันมาฟันผู้ตาย ๒ ถึง ๓ ที ผู้ตายพละหนีไปหน้าบ้านแล้วไปนอนตายในลำห้วย เป็นการป้องกันสิทธิ์ของจำเลยให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ภยันตรายนั้นใกล้จะถึง เป็นการกระทำพอสมควรแก่เหตุ เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย คำพิพากษาฏีกา ๒๗๓/๒๕๑๐ ๓.จำเลยยิงผู้เสียหายขณะกำลังร่วมประเวณีกับนาง ส. ภรรยาจำเลยซึ่งไม่ใช่ภรรยาโดยชอบด้วยกฏหมาย ไม่เป็นการป้องกัน แต่การที่จำเลยเลี้ยงดูนาง ส. เยี่ยงภรรยา ย่อมมีความรักความผูกพัน การที่ผู้เสียหายรู้ความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับนาง ส. แต่ก็ยังมาร่วมประเวณีกับนาง ส. จนถูกจำเลยยิงในขณะร่วมประเวณี เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ คำพิพากษาฏีกา ๒๓๗๓/๒๕๔๔ ๔.จ...

“ยินยอมยกเว้นความผิด”

๑.มีหลักยกเว้นความรับผิดทางอาญาอยู่ว่า ความยินยอมอันบริสุทธิ์ของผู้เสียหายให้บุคคลใดกระทำการที่กฏหมายบัญญัติให้เป็นความผิดตามกฎหมาย ถ้าความยินยอมนั้นไม่ขัดต่อความสำนึกในศีลธรรมอันดี และมีอยู่จนถึงขณะกระทำการอันกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดนั้นแล้ว ความยินยอมเป็นข้อยกเว้นมิให้การกระทำนั้นเป็นความผิดขึ้นได้ คำพิพากษาฏีกา ๑๔๐๓/๒๕๐๘ ๒. จำเลยที่ ๑ กับผู้ตายเป็นเพื่อนกัน ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกัน ได้ตกลงชกมวยที่สนามซ้อมมวยของจำเลยที่ ๒ มีการสวมนวม กำหนดชก ๕ ยก ยกละ ๓ นาที พัก ๒ นาที มีการเดิมพันฝ่ายละ ๓๐ บาท จำเลยที่ ๓ เป็นกรรมการห้าม จำเลยที่ ๔ เป็นกรรมการห้ามเวลา เมื่อชกกัน ๕ ยกแล้วเสมอกัน ต่อมาวันที่ ๓ ก.ย. ๒๕๐๘ ผู้ตายถึงแก่ความตาย แพทย์ชันสูตรพลิกศพแล้วปรากฏว่า ศีรษะค่อนไปทางซ้ายด้านขวาบวมซ้ำ สันนิษฐานว่าตายเพราะสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรง บิดาผู้ตายเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนา ศาลฏีกาวินิจฉัยว่า การที่ผู้ตายและจำเลยชกมวยกันจะถือว่าฝ่ายใดเป็นผู้เสียหายหาได้ไม่ เพราะเป็นเรื่องที่จำเลยและผู้ตายสมัครใจเข้าชกมวยซึ่งกันและกัน เมื่อผู้ตายไม่ใช่ผู้เสียหายแล้ว โจทก์ซึ่งเป็นบิด...

“สั่งไม่ชอบ”

๑.จำเลยเป็นพนักงานโยธา รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้รื้อรั่วโจทก์ที่กีดขวางถนน ทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยเชื่อว่าชอบด้วยกฎหมายและมีเหตุผลอันควรเชื่อ จำเลยไม่มีความผิด คำพิพากษาฏีกา ๔๓๒/๒๔๖๔ ๒.จับการพนัน สิบตำรวจร้องว่า “ พวกเรายิง จับเป็นไม่ได้จับตาย พลตำรวจใช้ปืนยิง เป็นคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้หลบหนีไม่มีพฤติการณ์ที่จะต่อสู้หรือมีอาวุธ อ้างกระทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาไมได้ คำพิพากษาฏีกา ๖๙๗/๒๔๗๑ ๓.กำนันไม่มีอำนาจสั่งให้ผู้ใหญ่บ้านจับคนไปส่งอำเภอโดยไม่มีหมายจับ อ้าง ปอ มาตรา ๗๐ เป็นข้อแก้ตัวไมได้ เป็นความผิดหน่วงเหนี่ยวกักขัง คำพิพากษาฏีกา ๑๐๘๙/๒๕๐๒ ๔.ผู้ใหญ่บ้านสั่งให้ลูกบ้านฝังศพคนที่ถูกฆ่าตาย โดยพนักงานสอบสวนยังไม่ได้ชันสูตรพลิกศพ ลูกบ้านเชื่อว่าตนต้องทำตามคำสั่งผู้ใหญ่บ้านจึงจัดการเผาศพ ลูกบ้านไม่ต้องรับโทษ คำพิพากษาฏีกา ๔๔๒/๒๔๗๕ ๕.ป่าไม้เขตเป็นผู้มีอำนาจตามพรบ.ป่าไม้ มาตรา ๑๗(๑) ทำไม้โดยไม่ต้องรับอนุญาต แม้ป่าไม้เขตไม่ทำเองแต่จ้างผู้อื่นทำไม้แทน ผู้รับจ้างก็ได้รับยกเว้นความผิดเช่นเดียวกับป่าไม้เขตทำไม้เอง ถือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้าพนักงาน คำพิพา...

“ชีวิตแลกทรัพย์”

๑.คนร้ายเข้าไปลักทรัพย์จำเลยตอนกลางคืน รุ่งเช้าจำเลยไปพบทรัพย์ซุกซ่อนในป่า จึงซุ่มรอคนร้ายนาน ๓ – ๔ ชั่วโมง ผู้ตายเอาทรัพย์ออกจากที่ซ่อนเดินไปได้ ๔ – ๕ วาจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตาย ผิดฆ่าโดยเจตนา หลังพบทรัพย์ที่ซ่อนในป่า สิทธิ์ครอบครองทรัพย์ได้กลับคืนมายังจำเลยแล้ว การที่ดักคอยคนร้ายพอพบคนร้ายก็ยิงทันที เป็นเจตนาอยู่ในตัวว่าจะทำร้ายผู้ตาย การกระทำไม่เป็นการป้องกันสิทธิ์ของตนให้พ้นจากภยันตรายอันเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ซึ่งการป้องกันสิทธิ์ต้องเป็นเรื่องจำเป็นต้องกระทำ แต่เรื่องนี้มีทางเลือกอื่นหลายประการเพื่อไม่ให้ผู้ตายเอาทรัพย์ไป คำพิพากษาฏีกา ๑๒๕๐/๒๕๐๒ ๒.ผู้ตายบุกรุกไปพยายามลักทรัพย์ในโรงเก็บของในสวนจำเลยมีรั่วเป็นแนวเขต ขึงลวดไฟฟ้าไว้ป้องกันคนร้ายลักทรัพย์ เคยถูกลักทรัพย์มาแล้ว เป็นภยันตรายที่เกิดแก่ทรัพย์ใกล้จะถึงเป็นการป้องกันสิทธิ์โดยชอบ คำพิพากษาฏีกา ๑๙๒๓/๒๕๑๙ ๓.ขึงลวดเส้นเดียวและเล็กไว้บริเวณบ้านแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าไปตามแนวลวด ผู้ตายเข้าไปในเขตรั่วถูกไฟดูดถึงแก่ความตาย ถือไม่ได้ว่าเป็นการป้องกันสิทธิ์ของตัวเองโดยชอบด้วยกฎหมายมีความผิดฐานทำให้คนตายโดยไม่เจตนา คำพิพากษาฏ...

“สามีไม่มีสิทธิ”

๑.แม้จำเลยและผู้ตายเป็นสามีภริยากัน ผู้ตายก็ไม่มีอำนาจโดยชอบธรรมที่จะทำร้ายจำเลย เมื่อผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุด่า ตบ เตะจำเลยก่อนจนเป็นเหตุให้จำเลยได้รับอันตรายแก่กาย จำเลยย่อมมีสิทธ์ที่จะป้องกันตัวเองได้ การที่จำเลยใช้มีดแทงจำเลยเพื่อยับยั้งไม่ให้ผู้ตายทำร้ายจำเลยอีก เป็นการป้องกันสิทธิ์ของตนให้พ้นจากการถูกทำร้าย ผู้ตายตบแตะจำเลยโดยไม่มีอาวุธ การที่จำเลยใช้มีดแปลายแหลมแทงผู้ตายหลายครั้งปรากฏบาดแผล ๕ แผล เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เป็นการฆ่าโดยเจตนาป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ คำพิพากษาฏีกา ๑๕๗๙/๒๕๒๙ ๒.ผู้ตายมาขอเงินจำเลยซึ่งเป็นภรรยาไปซื้อสุรามาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วมาขอเงินไปซื้อสุราอีกครั้ง จำเลยบอกไม่มี ผู้ตายก็บีบคอจำเลย การที่จำเลยใช้มีดอีโต้ขนาดใหญ่ฟันศีรษะผู้ตายจนกะโหลกแตกถึงแก่ความตาย เป็นกากรป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ คำพิพากษาฏีกา ๒๐๗๒/๒๕๓๒ ๓.แม้ผู้ตายและจำเลยเป็นสามีภริยากัน แต่ก็ได้หย่าขาดจากกันแล้ว ผู้ตายไม่มีความชอบธรรมที่จะพาพวกมารื้อบ้านจำเลย ถือว่า ผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุ เมื่อจำเลยห้ามปรามก็ถูกผู้ตายด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทั้งสภาพของบ้านทุถูกผู้ตายรื้อเอาไม้กระดานและฝาบ้านออกจนอยู่ในสภา...