บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มีนาคม, 2017

“สั่งไม่ชอบ”

๑.จำเลยเป็นพนักงานโยธา รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้รื้อรั่วโจทก์ที่กีดขวางถนน ทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยเชื่อว่าชอบด้วยกฎหมายและมีเหตุผลอันควรเชื่อ จำเลยไม่มีความผิด คำพิพากษาฏีกา ๔๓๒/๒๔๖๔ ๒.จับการพนัน สิบตำรวจร้องว่า “ พวกเรายิง จับเป็นไม่ได้จับตาย พลตำรวจใช้ปืนยิง เป็นคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้หลบหนีไม่มีพฤติการณ์ที่จะต่อสู้หรือมีอาวุธ อ้างกระทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาไมได้ คำพิพากษาฏีกา ๖๙๗/๒๔๗๑ ๓.กำนันไม่มีอำนาจสั่งให้ผู้ใหญ่บ้านจับคนไปส่งอำเภอโดยไม่มีหมายจับ อ้าง ปอ มาตรา ๗๐ เป็นข้อแก้ตัวไมได้ เป็นความผิดหน่วงเหนี่ยวกักขัง คำพิพากษาฏีกา ๑๐๘๙/๒๕๐๒ ๔.ผู้ใหญ่บ้านสั่งให้ลูกบ้านฝังศพคนที่ถูกฆ่าตาย โดยพนักงานสอบสวนยังไม่ได้ชันสูตรพลิกศพ ลูกบ้านเชื่อว่าตนต้องทำตามคำสั่งผู้ใหญ่บ้านจึงจัดการเผาศพ ลูกบ้านไม่ต้องรับโทษ คำพิพากษาฏีกา ๔๔๒/๒๔๗๕ ๕.ป่าไม้เขตเป็นผู้มีอำนาจตามพรบ.ป่าไม้ มาตรา ๑๗(๑) ทำไม้โดยไม่ต้องรับอนุญาต แม้ป่าไม้เขตไม่ทำเองแต่จ้างผู้อื่นทำไม้แทน ผู้รับจ้างก็ได้รับยกเว้นความผิดเช่นเดียวกับป่าไม้เขตทำไม้เอง ถือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้าพนักงาน คำพิพา...

“ชีวิตแลกทรัพย์”

๑.คนร้ายเข้าไปลักทรัพย์จำเลยตอนกลางคืน รุ่งเช้าจำเลยไปพบทรัพย์ซุกซ่อนในป่า จึงซุ่มรอคนร้ายนาน ๓ – ๔ ชั่วโมง ผู้ตายเอาทรัพย์ออกจากที่ซ่อนเดินไปได้ ๔ – ๕ วาจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตาย ผิดฆ่าโดยเจตนา หลังพบทรัพย์ที่ซ่อนในป่า สิทธิ์ครอบครองทรัพย์ได้กลับคืนมายังจำเลยแล้ว การที่ดักคอยคนร้ายพอพบคนร้ายก็ยิงทันที เป็นเจตนาอยู่ในตัวว่าจะทำร้ายผู้ตาย การกระทำไม่เป็นการป้องกันสิทธิ์ของตนให้พ้นจากภยันตรายอันเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ซึ่งการป้องกันสิทธิ์ต้องเป็นเรื่องจำเป็นต้องกระทำ แต่เรื่องนี้มีทางเลือกอื่นหลายประการเพื่อไม่ให้ผู้ตายเอาทรัพย์ไป คำพิพากษาฏีกา ๑๒๕๐/๒๕๐๒ ๒.ผู้ตายบุกรุกไปพยายามลักทรัพย์ในโรงเก็บของในสวนจำเลยมีรั่วเป็นแนวเขต ขึงลวดไฟฟ้าไว้ป้องกันคนร้ายลักทรัพย์ เคยถูกลักทรัพย์มาแล้ว เป็นภยันตรายที่เกิดแก่ทรัพย์ใกล้จะถึงเป็นการป้องกันสิทธิ์โดยชอบ คำพิพากษาฏีกา ๑๙๒๓/๒๕๑๙ ๓.ขึงลวดเส้นเดียวและเล็กไว้บริเวณบ้านแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าไปตามแนวลวด ผู้ตายเข้าไปในเขตรั่วถูกไฟดูดถึงแก่ความตาย ถือไม่ได้ว่าเป็นการป้องกันสิทธิ์ของตัวเองโดยชอบด้วยกฎหมายมีความผิดฐานทำให้คนตายโดยไม่เจตนา คำพิพากษาฏ...

“สามีไม่มีสิทธิ”

๑.แม้จำเลยและผู้ตายเป็นสามีภริยากัน ผู้ตายก็ไม่มีอำนาจโดยชอบธรรมที่จะทำร้ายจำเลย เมื่อผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุด่า ตบ เตะจำเลยก่อนจนเป็นเหตุให้จำเลยได้รับอันตรายแก่กาย จำเลยย่อมมีสิทธ์ที่จะป้องกันตัวเองได้ การที่จำเลยใช้มีดแทงจำเลยเพื่อยับยั้งไม่ให้ผู้ตายทำร้ายจำเลยอีก เป็นการป้องกันสิทธิ์ของตนให้พ้นจากการถูกทำร้าย ผู้ตายตบแตะจำเลยโดยไม่มีอาวุธ การที่จำเลยใช้มีดแปลายแหลมแทงผู้ตายหลายครั้งปรากฏบาดแผล ๕ แผล เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เป็นการฆ่าโดยเจตนาป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ คำพิพากษาฏีกา ๑๕๗๙/๒๕๒๙ ๒.ผู้ตายมาขอเงินจำเลยซึ่งเป็นภรรยาไปซื้อสุรามาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วมาขอเงินไปซื้อสุราอีกครั้ง จำเลยบอกไม่มี ผู้ตายก็บีบคอจำเลย การที่จำเลยใช้มีดอีโต้ขนาดใหญ่ฟันศีรษะผู้ตายจนกะโหลกแตกถึงแก่ความตาย เป็นกากรป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ คำพิพากษาฏีกา ๒๐๗๒/๒๕๓๒ ๓.แม้ผู้ตายและจำเลยเป็นสามีภริยากัน แต่ก็ได้หย่าขาดจากกันแล้ว ผู้ตายไม่มีความชอบธรรมที่จะพาพวกมารื้อบ้านจำเลย ถือว่า ผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุ เมื่อจำเลยห้ามปรามก็ถูกผู้ตายด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทั้งสภาพของบ้านทุถูกผู้ตายรื้อเอาไม้กระดานและฝาบ้านออกจนอยู่ในสภา...

“ เหตุส่วนตัว เหตุในลักษณะคดี

“เหตุส่วนตัว” เป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับบุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยเฉพาะที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดคนอื่น เหตุส่วนตัวนี้ทำให้การกระทำไม่ต้องรับโทษ รับโทษน้อยลง หรือเป็นเหตุเพิ่มโทษ เช่น อายุ ความวิกลจริต การเป็นเจ้าพนักงาน ซึ่งเหตุส่วนตัวนี้ไม่มีถึงบุคคลอื่นที่ร่วมกระทำผิดด้วย “ เหตุในลักษณะแห่งคดี “ เป็นข้อเท็จจริงที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วมีผลถึงจำเลยคนอื่นด้วย เช่น การกระทำของตัวการไม่เป็นความผิดตามกฎหมายดังนั้น ผู้สนับสนุนการกระทำดังกล่าวย่อมไม่เป็นความผิดด้วย เหตุส่วนตัวที่เป็นเหตุยกเว้นโทษ ๑.ความเป็นสามีภรรยา ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตาม ปอ มาตรา ๗๑ การเป็นสามีภรรยากันต้องเป็น “ สามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย” คือตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๗๘ การเป็นสามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายต้อง มีการจดทะเบียนสมรส( คำพิพากษาฏีกา ๒๐๔๑/๒๔๙๙) หากใช้คำว่า “ อยู่กินกันฉันท์สามีภรรยา” คือเป็นสามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส อาจแต่งงานหรือไม่แต่งงาน อาจมีการหมั้นหรือไม่มีการหมั้นก็ได้ แต่ได้มาใช้ชีวิตร่วมกันโดยไม่มีการจดทะเบียนสมรส เมื่อเป็นสามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมา ลักทรัพย์ธรรมดา(ปอ มา...

“ขยายลำคลอง ไม่ได้เวนคืน”

โครงการขุดลอกและพัฒนาลำน้ำ พ. โดยผู้ว่าราชการจังหวัด น. ผู้ถูกฟ้องคดี เป็นการขุดขยายความกว้างลำน้ำและสร้างคันดินเป็นถนนเลียบตลอดแนวสองฝั่งลำน้ำ มีการรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี โดยผู้ถูกฟ้องคดีไม่มีอำนาจบุกรุก ยึดถือ ครอบครองที่ดินของผู้ฟ้องคดี ไม่มีการเวนคืนที่ดิน หรือตกลงซื้อขายที่ดินจากผู้ฟ้องคดี ไม่ปรากฏสิทธิ์อันชอบด้วยกฎหมายที่จะขุดลอกเอาที่ดินของผู้ฟ้องคดี โครงการขุดลอกที่ดินดังกล่าวจึงเป็นการจงใจทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ แม้จะได้มีการประชุมชี้แจงให้ราษฏร์ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการขุดลอกคลองดังกล่าว ก็เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่ปรากฏผู้ฟ้องคดีได้ทราบและยินยอมให้ขุดลอกลำคลองรุกล้ำแต่อย่างใด แม้ภายหลังปรากฏว่าผู้ฟ้องคดีและราษฏร์จะได้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าว โดยสามารถทำนาและปลูกพืชโดยได้รับผลผลิตเพิ่มอันเป็นผลมาจากกากรขุดลอกคลองก็ตาม รวมทั้งสามารถปลูกพืชประเภทอื่นหลังทำนาได้ เพราะสามารถกักเก็บน้ำได้อย่างสมบรูณ์ก็ตาม แม้ผู้ฟ้องคดีจะได้ประโย...

“วิวาทหรือป้องกัน”

๑.ผู้เสียหายกับพวกรุมทำร้ายจำเลยกับพวก จำเลยใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า ๑ นัด เพื่อขู่ไม่ให้ผู้เสียหายและพวกรุมทำร้าย ลักษณะเป็นการเตือนก่อน จากนั้นได้ยิงลงพื้นระหว่างจำเลยกับผู้เสียหายกับพวกเพื่อให้ถอยไป เมื่อไม่ได้ผล จึงยิงจนหมดกระสุนโดยยิงทีละนัดจนหมดลูกโม่ จำเลยพยายามยิงลงพื้นดินในระดับต่ำเพื่อไม่ให้ถูกอวัยวะสำคัญของผู้เสียหายกับพวก บาดแผลที่ผู้เสียหายทั้งสี่ได้รับอยู่ในระดับต่ำกว่าเอวลงมา คงมีเพียงผู้เสียหายที่ ๓ ที่มีแผลทางแผ่นหลังเมื่อนอนมอบลงแล้ว แสดงว่าจำเลยไม่ได้มุ่งหมายที่จะให้ผู้เสียหายกับพวกได้รับอันตรายถึงชีวิต ฟังได้ว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่า ที่ฟ้องขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่า โดยไม่ได้บรรยายผู้เสียหายทั้งสี่ทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า ๒๐ วัน หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า ๒๐ วัน เมื่อฟังไม่ได้ว่ามีเจตนาฆ่า จะลงโทษจำเลยตาม ปอ มาตรา ๒๙๗(๘) ไม่ได้ ศาลลงโทษได้เพียง ปอ มาตรา ๒๙๕ จำเลยกับพวกได้กลับมาที่เกิดเหตุเพื่อเอารถจักรยานยนต์ของตนที่จอดทิ้งไว้ ไม่ได้กลับมาหาเรื่องและชวนทะเลาะ วิวาทกับผู้เสียหายกับพวก การที่ผู้เสียหายที่ ๑ กับพวก เข้าไปรุมทำร้ายจำเลยกับพวก จำเลยก...

“ราคาต่ำกว่าในท้องตลาด ซื้อขายเวลากลางคืน”

จำเลยได้รับการติดต่อเสนอขายรถที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานฉ้อโกงโดยใช้อุบายหลอกลวงขอเช่ารถ แล้วนำไปขาย นาย ม. และพวก หลอกเช่ารถจากนาย จ. ซึ่ง ส.ต.อ. ป นำมาฝากให้เช่าเพื่อนำไปขายต่อ นาย ม. โทรศัพท์ติดต่อจำเลยเพื่อเสนอขายรถให้จำเลย นัดดูรถที่สถานีบริการน้ำมันที่เกิดเหตุ จำเลยเบิกความว่า นาย ม. เสนอขายรถกระบะโตโยต้า ยี่ฮ้อวีโก้ ปี ๒๐๐๘ ราคา ๒๕๐,๐๐๐ บาท นัดดูรถที่สถานีน้ำมันบางจาก สายเลี่ยงเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เห็นได้ว่า จำเลยมีอาชีพรับซื้อขายรถมือสอง การได้รับแจ้งเพื่อเสนอขายรถที่มีอายุการใช้งานไม่ถึงปี ในราคาต่ำกว่าราคาในท้องตลาด และนัดดูรถในสถานที่ที่ไม่ใช่สถานที่ทำการซื้อขายรถโดยทั่วไปและเป็นเวลาวิกาล เป็นเรื่องผิดปกติ สำหรับผู้มีอาชีพซื้อรถมือสอง พฤติการณ์ติดต่อเสนอขายแบบเร่งรีบ นัดส่งมอบกันในยามวิกาลซึ่งไม่ใช่ภูมิลำเนาของทั้งสองฝ่าย น่าเชื่อว่าจำเลยทราบว่ารถคันนี้ได้มาจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง รถคันดังกล่าวใช้งานมาได้ไม่กี่เดือน สภาพยังใหม่มีราคาไม่ต่ำกว่า ๖๐๐,๐๐๐ บาท ตามราคาอ้างอิงรถมือสอง จำเลยที่มีอาชีพค้าขายรถมือสองย่อมต้องทราบดีว่า ราคาดังกล่าวผิดปกติเพราะราคาต่ำกว่าในท้องตลาดมา...

“โรคจิต”

๑.จำเลยวิกลจริต ยิงผู้ตายแล้วลงจากเรือน แล้วกลับมายิงผู้เสียหายอีก เป็นหลายกรรมต่างกัน จำเลยยังรู้สึกผิดชอบบ้าง คำพิพากษาฏีกา ๒๐๔๐/๒๕๑๘ ๒.จำเลยเป็นโรคเปลี่ยนวัย คือ ประจำเดือนจะหมดมีอาการหงุดหงิด ฉุนเฉียว หากมีอาการมากจะฆ่าตัวตายหรือทำในสิ่งที่ไม่น่าทำได้ แพทย์ให้ยาไปทานก็ทุเลา สามารถดำเนินธุรกิจและนำเงินไปฝากธนาคารได้ด้วยตนเอง จำเลยด่าว่าผู้เสียหายแล้วใช้ปืนยิง รับสารภาพในชั้นสอบสวน นำชี้ที่เกิดเหตุพร้อมท่าทางในการยิง แสดงมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอย่างบุคคลธรรมดา จะอ้างว่ายิงในขณะไม่รู้สึกผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตนเองนั้นหาได้ไม่ คำพิพากษาฏีกา ๘๓๔/๒๕๕๐ ๓.จำเลยเคยถูกนั่งร้านล้มทับศีรษะ เคยเป็นโรคลมชัก คืนเกิดเหตุนอนไม่หลับ ได้ยินเสียงแว่วว่าจะมีคนทำร้าย จึงลุกมานั่งที่ประตูถือมีดปลายแหลมไว้ป้องกันตัว ได้ยินเสียงคล้ายคนมาดึงประตูจะทำร้าย จึงลุกขึ้นดึงประตูไว้ เรียกภรรยาให้มาช่วย เมื่อแทงผู้เสียหายแล้วไม่หลบหนี ภรรยาพาไปตรวจที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา แสดงว่ากระทำผิดในขณะจิตบกพร่อง แม้ไม่ได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ โดยข้อเท็จจริงดังกล่าวปรากฏจากการสืบพยานโจทก์ ศาลมีอำนาจยก ปอ มาตรา ๖๕ วรรค...