บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก พฤศจิกายน, 2016

“สำคัญในวิธีพิจารณาความอาญา”

๑.วิเคราะห์ศัพท์ ปวอ มาตรา ๒ ๒.ผู้เสียหาย ปวอ มาตรา ๒(๔),๔,๕,๖ ๓.สิทธิ์และอำนาจของผู้เสียหายและผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย -มีสิทธิ์ให้จัดหาล่ามหรือล่ามภาษามือตามปวอ มาตรา ๓,๑๓วรรคสอง วรรคสาม -,มีสิทธิ์ฟ้องคดีเองดดยไม่จำต้องร้องทุกข์ -มีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานฝ่ายปกครอง ตาม ปวอ มาตรร๑๒๓,๑๒๔,๑๒๔/๑, -มีอำนาจแก้คำร้องทุกข์หรือถอนคำร้องทุกข์ ปวอ มาตรา๑๒๖, -ปฏิเสธไม่ยอมให้ตรวจเนื้อตัวร่างกาย ปวอ มาตรา ๑๓๒(๑)มีข้อยกเว้นตาม ปวอ มาตรา ๑๓๑/๑, -มีสิทธิ์โต้แย้งพนักงานสอบสวนที่ตักเตือน พูดให้ท้อใจ ใช้กลอุบาย เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายไม่ให้ปากคำทั้งที่ผู้เสียหายต้องการให้ปากคำ ปวอ มาตรา ๑๓๓ วรรคสาม -,มีสิทธิ์ชี้ตัวยืนยันหรือชี้ตัวผู้ต้องหาหรือผู้กระทำผิดทางอาญา ปวอ มาตรา ๑๓๓วรรคท้ายและ ๑๓๓ตรี, -มีสิทธิ์ให้พนักงานสอบสวนที่เป็นหญิงเป็นผู้ทำการสอบสวน ปวอ มาตรา ๑๓๓วรรคสี่, -มีสิทธิ์ร้องขอต่อพนักงานสอบสวนให้แยกการสอบสวนเป็นสัดส่วนในสถานที่เหมาะสม ทั้งให้มีนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอให้อยู่ร่วมขณะทำการสอบสวน ปวอ มาตรา๑๓๓ทวิวรรคแรก -,มีสิทธิ์ให้พนักงานสอบสว...

“เดือดร้อนรำคาญ”

๑.ทราบก่อนซื้อที่ดินว่าจำเลยจะปรับปรุงยกระดับถนน คาดหมายได้ว่าการยกระดับถนนอาจทำให้บ้านและที่ดินที่กำลังจะซื้อถูกถนนบังลมและแสงแดด เท่ากับยอมรับสถานการณ์ดังกล่าว เมื่อเทียบประโยชน์ที่ประชาชนทั่วไปจะได้ความสะดวกความเจริญจากการยกระดับถนนที่อาจทำให้โจทก์อาจขาดความสะดวกไปบ้าง ความเสียหายที่เกิดไม่เกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมาย โจทก์ต้องยอมรับเอาเช่นดังบุคคลอื่นที่อยู่ร่วมกับโจทก์ในสังคมยอมรับการก่อสร้างปรับปุงยกระดับถนน จึงยังไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ คำพิพากษาฏีกา ๔๐๑/๒๕๑๘ ๒.การที่ไม่สามารถนำรถเข้าออกตึกแถวได้ ไม่ใช่กรณีเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนจากการใช้ที่สาธารณะ แต่การที่ไม่สามารถใช้ทางเดินเท้าอันเป็นที่สาธารณะเป็นทางเข้าออกของรถยนต์ เป็นการใช้สิทธิ์ในที่สาธารณะเกินกว่าที่ประชาชนทั่วไปใช้อยู่ การสร้างสะพานลอยข้ามถนนในที่สาธารณะเพื่อประโยชน์คนทั่วไปเป็นส่วนใหญ่ ทำให้สิทธิ์ที่จะใช้ที่สาธารณะมากกว่าประชาชนคนอื่นหมดไปบ้าง แต่ยังไม่เป็นความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินที่ควรคาดหมาย คำพิพากษาฏีกา ๔๒๒๔/๒๕๓๓๓ ๓.กรณีได้รับความเดือดร้อนรำคาญหรือไม่เพียงใด ต้องถือตามความรู้สึก...

“รับน้ำจากที่สูง”

๑.เจ้าของนาที่อยู่ใต้น้ำ จำต้องรับน้ำที่ไหลบ่าจากนาทางเหนือตามสภาพปกติ ถ้าไปกั้นคันนาให้สูงขึ้น ทำให้น้ำไหลบ่าไม่ได้เป็นเหตุให้นาทางเหนือน้ำ น้ำท่วม ทำนาไมได้ เจ้าของนาทางเหนือมีสิทธิ์ฟ้องขอให้เปิดคันนาให้น้ำไหลตามสภาพเดิมได้ ฟ้องขอให้เปิดคันนาที่จำเลยกั้นสูงขึ้นกว่าเดิม ทำให้น้ำไหลบ่าไม่ได้เป็นเหตุให้น้ำท่วมนาโจทก์ ทำนาไม่ได้ ทำให้ข้าวกล้าในนาที่ปลักดำไว้เสียหาย พร้อมเรียกค่าเสียหาย แม้ในขณะฟ้องยังไม่ได้ปลูกข้าวยังไม่เสียหายในเรื่องข้าวก็ดี ศาลก็พิพากษาให้เปิดคันนาให้น้ำไหลไปตามสภาพเดิมได้ คำพิพากษาฏีกา ๔๕๔/๒๔๙๑ ๒.ที่ดินโจทก์เป็นที่ดินสูง ที่ดินจำเลยเป็นที่ดินต่ำ การที่โจทก์ระบายน้ำฝนตามธรรมชาติจากที่ดินโจทก์ผ่านที่ดินจำเลยไปสู่ลำน้ำ เป็นกรณีที่จำเลยต้องยอมรับตาม ปพพ มาตรา ๑๓๓๙,๑๓๔๐ คำพิพากษาฏีกา ๖๔๐๖/๒๕๒๐ ๓.น้ำที่ไหลเข้ามาในที่ดินจำเลยในที่ดินจำเลยไปยังที่ดินโจทก์ผ่านท่อส่งน้ำที่ฝังไว้ใต้ดินเพื่อชักน้ำเข้ามาใช้เป็นทอดๆ เป็นท่อส่งน้ำที่ทำขึ้นเองเพื่อเป็นการเอื้อเฟื้อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ท่อน้ำดังกล่าวไม่ใช่น้ำที่ไหลตามธรรมชาติจากที่ดินสูงมาที่ดินต่ำ ตาม ปพพ มาตรา ๑๓๓๙ คำพิพากษาฏีก...

“มีส่วนประมาทเลินเล่อในการสร้างโรงเรือน”

จำเลยปลูกสร้างอาคารในที่พิพาททั้งก่อนและหลังทำสัญญาขายฝาก “ เฉพาะ” ที่ดินพิพาท.แก่โจทก์ โจทก์รับรู้และยินยอมให้ปลูกสร้าง จำเลยเข้าใจว่าตนมีสิทธิ์ที่จะปลูกสร้างได้ต่อไปจนเสร็จ เพราะเชื่อว่าตนมีสิทธิ์ไถ่ที่ดินคืนภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาการปลูกสร้างอาคารในที่พิพาทของจำเลย เป็นการปลูกสร้างโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริต เมื่อทำสัญญาขายฝากแล้วจำเลยไม่ไถ่คืนภายในกำหนด ที่พิพาทย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อ ปัญหาว่าจำเลยต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปและต้องชดใช้ค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์หรือไม่? กรณีนี้ไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับได้โดยตรงจึงต้องอาศัยบทกฏหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งอันได้แก่ ปพพ มาตรา ๑๓๑๐ วรรคแรก ทำให้โจทก์วึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินได้เป็นเจ้าของโรงเรือนนั้น แต่ถ้าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินสามารถแสดงได้ว่า ไมได้ประมาทเลินเล่อจะบอกปัดไม่ยอมรับโรงเรือนและเรียกให้ผู้สร้างรื้อถอนไปและทำให้ที่ดินเป็นไปตามเดิมได้ตาม ปพพ มาตรา ๑๓๑๐ วรรคสอง การที่โจทก์ปล่อยให้จำเลยปลูกสร้างอาคารต่อไปทั้งที่ได้ทำสัญญาขายฝากโดยโจทก์ไม่ได้ห้ามปราม หรือให้จำเลยยุติการก่อสร้าง ถื...

“ก่อความเสียหายไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน”

๑.กระแสไฟฟ้าเป็นทรัพย์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้โดยสภาพ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำเลยซึ่งเป็นผู้ผลิตและเป็นผู้ครอบครองต้องรับผิดเพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้น การที่กระแสไฟฟ้าลัดวงจรไหม้ทรัพย์สินของโจทก์ เพราะต้นมะพร้าวอยู่ใกล้ชิดแนวสายไฟฟ้าเป็นเหตุให้ทางมะพร้าวฟาดไปถูกเสาไฟฟ้าเมื่อมีลมพัดซึ่งไม่ใช่เหตุสุดวิสัย จำเลยอาจป้องกันได้ถ้าตัดต้นมะพร้าวหรือแจ้งให้โจทก์ตัดอันเป็นหน้าที่ของจำเลย ถือโจทก์มี่ส่วนร่วมในการที่ก่อให้เกิดความเสียหายไม่หยิ่งหย่อนไปกว่าจำเลยจึงให้รับผิดในความเสียหายครึ่งหนึ่ง คำพิพากษาฏีกา ๕๒๙/๒๕๒๓ ๒.โจทก์ขับรถไปชนไม้ที่จำเลยบรรทุกยื่นออกมา โจทก์เป็นฝ่ายประมาทมากกว่าจำเลย ไม่มีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายจากจำเลย คำพิพากษาฏีกา ๓๐๐๒/๒๕๓๓ ๓.ขับรถด้วยความเร็วสูงผ่านทางร่วมทางแยกถือโจทก์มีส่วนประมาทอยู่ด้วย การที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เพียง ๒ ใน ๓ จึงชอบแล้ว คำพิพากษาฏีกา ๗๖๗๓/๒๕๕๐ ๔.ออกรถจากท้ายรถโดยสารที่จอดล้ำเข้าไปในทางรถของจำเลยที่สวนมาเป็นการประมาทมากกว่า ก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่า คำพิพากษาฏีกา ๒๑๕๖/๒๕๒๔ ๕.ใกล้ที่เกิดเหตุมีป้ายจราจรสองป้ายคือ “ ให้ระวังรถไฟ” แล...

“เกี่ยวเนื่องกัน”

การดูหนังสือและการตอบข้อสอบต้องพยายามจับกันเป็นหมวดหมู่ทั้งในฐานความผิดบททั่วไปบทเฉพาะและในความผิดลหุโทษ ๑.ดูหมิ่น หมิ่นประมาท ปอ มาตรา ๑๑๒,๑๓๓,๑๓๔,๑๓๖,๑๙๘, ๓๒๖ถึง๓๓๓และ ๓๙๓ ดูประกอบ ปอ มาตรา ๒๐๖ ๒.แจ้งความเท็จ ปอ มาตรา ๑๓๗,๑๗๒,๑๗๓,๑๗๔,๑๗๙,๑๘๑,๒๖๗,๒๖๘,๓๖๗และ ปอ มาตรา ๙๐ ๓.ต่อสู้ขัดขวาง ปอ มาตรา ๑๓๘,๑๔๐,๒๘๘,๒๘๙,๒๙๕,๒๙๖,๒๙๗,๒๙๘,๓๗๑ พรบ.อาวุธปืนฯมาตรา๗,๘ทวิ,๗๒,๗๒ทวิ คู่กับการริบของกลาง ปอ มาตรา ๑๘(๕),๓๒,๓๓,๓๔,๓๖,๓๗ ๔.ข่มขืนใจ ปอ มาตรา ๑๓๙,๑๔๐,๓๐๙, ๕.ถอนทำลาย ปอ มาตรา ๑๔๑,๓๕๘ ๖. ทำให้เสียหายฯ ปอ มาตรา ๑๔๒,๓๕๘ ๗.เรียกสินบน ปอ มาตรา ๑๔๓,๑๔๔,๑๔๘,๑๔๙,๑๕๐,๑๕๗,๒๐๐,๒๐๑,๒๐๒ ดูคู่ ๑๖๗ ๘.แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ปอ มาตรา ๑๔๕,๑๔๖ ๙.ไม่มีสิทธิ์สวมเครื่องแบบ ปอ มาตรา ๑๔๖ ดูเทียบ ปอ มาตรา ๒๐๘ ๑๐.เจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ ปอ มาตรา ๑๔๗,๑๕๗ ดูเปรียบเทียบ ปอ มาตรา ๓๕๒ ๑๑.ปอ มาตรา ๑๕๑ถึง ๑๕๙,๑๗๑,๒๒๖,๒๒๗ ดูผ่าน ๑๒..ขัดคำบังคับ ปอ มาตรา ๑๖๘,๑๖๙ พรบ. องค์กรอัยการฯ มาตรา ๑๖,๑๗,๑๘ ดูคู่ ปอ . มาตรา ๓๖๘ ๑๓.ขัดขืนหมาย ปอ มาตรา ๑๗๐, ดูคู่ปอ มาตรา ๓๖๘ ๑๔.. ฟ้องเท็จ ปอ มาตรา,๑๗๕,๑๗๖,๑๘๑ ดูเทียบว่าฟ้องเท็จทาง...