บทความ

“ทำงานหนัก ทานข้าวสองมื้อ ไม่จ่ายเงินเดือน”

ผู้เสียหายเป็นคนเชื้อชาติสัญชาติพม่า อายุไม่เกิน ๑๕ ปี ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลย โดยต้องทำงานบ้านซักรีดเสื้อที่จำเลยประกอบธุรกิจเป็นร้านซักรีด ใช้มีดและไม้หน้าสาม พร้อมมือและเท้าฟันฟาด ทุบ ตี ชกต่อย เตะ ถีบ ที่ศีรษะใบหน้า ลำตัว หลัง แขน ขา ผู้เสียหายหลายครั้งเป็นเหตุให้กระดูกแตก ซ้ำบวมที่ศีรษะส่วนบน ศีรษะด้านขวาใต้ตาทั้งสอง เอว หลัง มีแผลฉีกขาดและถลอกที่แขน ท้ายทอย ริมฝีปากได้รับอันตรายสาหัส นางสาว ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวผู้เสียหายออกจากบ้านจำเลยที่พิษณุโลก ได้ความว่าจำเลยจ้างผู้เสียหายซักรีดและดูแลแมว ค่าจ้างเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ทำงาน ๐๔.๐๐นาฬิกาถึง ๒๔.๐๐ นาฬิกา โดยไม่สามารถออกไปไหนหรือติดต่อใครได้ ทั้งไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง เมื่อทำงานได้ ๘ เดือนก็ถูกจำเลยทำร้ายร่างกาย การกระทำของจำเลยเป็น “ การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบหรือไม่” นั้น เห็นว่า พรบ.ค่ามนุษย์ฯ มาตรา ๔ ให้นิยามศัพท์คำว่า “ แสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบ” นั้น หมายความว่า บังคับใช้แรงงานหรือบริการ ซึ่งหมายความว่า ข่มขืนใจให้ทำงานหรือให้บริการโดยกลัวจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สินของผู้นั้นหรือผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยปร...

“ดูหมิ่น”

๑.พูดว่า “ เย็ดโคตรแม่มึง” ต่อหน้าคน ๕๐ คน ผิด ป.อ. มาตรา ๓๘๘ คำพิพากษาฏีกา ๑๐๖๙/๒๕๐๖ ๒. เรียกขุนโพชน์ว่า “อ้ายถม อ้ายขุนโพชน์” เป็นคำด่าไม่ใช่คำลามกอนาจาร เป็นคำด่าไม่ใช่คำลามกอนาจาร คำพิพากษาฏีกา ๘๗๒/๒๔๖๔ ๓.คำว่า “ชาติหมา ดอกทอง” เป็นคำด่าไม่ใช่คำลามกอนาจาร คำพิพากษาฏีกา ๕/๒๔๗๔ ๔.”อ้ายหน้าด้านเอาของเขาไปแล้วไม่รับ อ้ายชาติหมาจะพลิกแผ่นดิน มึงไม่รับ กูจะเอาเข้าตาราง “ เป็นการหมิ่นประมาทซึ่งหน้า(ตามกฎหมายเก่า) คำพิพากษาฏีกา ๑๒๗๓/๒๔๗๓ ๕. หมาสี่แม่ เป็นภาษาอีสานหมายถึง หมาเย็ดแม่ เป็นการหมิ่นประมาท คำพิพากษาฏีกา ๙๑๒/๒๔๗๖ ๖.อีดอกทอง เป็นการหมิ่นประมาท ๑๑๑๔/๒๔๗๙ ๗.”อ้ายกรรมการอำเภอหมาๆ แปลภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ หมาเย็ดแม่ “ เป็นหมิ่นประมาท คำพิพากษาฏีกา ๔๑๑๓/๒๔๘๐ ๘.”เป็นสุนัขเป็นลิง เอาสุนัขขึ้นนั่งแท่นหางหมางอกแล้ว “ เป็นหมิ่นประคำพิพากษาฏีกา ๓๑๑/๒๔๙๑ ๙.”เมียผู้ใหญ่บ้านนี้แต่งตัวสวย น่าอยากล่ำสักที” หมายความว่า แต่งตัวสวยอยากร่วมประเวณีด้วย ดูหมิ่นซึ่งหน้า คำพิพากษาฏีกา ๒๗๒/๒๕๐๕ ๑๐.”อีหมาไปควักเอากระดูกพ่อกระดูกแม่มึงเจ็ดชั่วโคตรมาสู้กับกู อีหน้าหมู อีหน้าหมา เป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้าแล...

“ไม่ส่งผลเอกซเรย์”

โจทก์ไปหาแพทย์ที่โรงพยาบาลด้วยอาการตัวร้อน แพทย์พบว่ามีอาการปอดบวมและตับโต ได้ใช้เครื่องฟังหัวใจและตรวจปอด แล้วไม่ยอมส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลอื่นตามที่โจทก์ร้องขอจนกระทั้งมีผลการตรวจเอกซเรย์ปอดพบเป็นวัณโรคแพร่กระจายไปที่ปอด ตับ เยื้อหุ้มสมอง จึงให้ยารักษาวัณโรคแล้วส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น แต่ก็ทำให้สมองโจทก์พิการและทุพพลภาคตลอดชีวิต ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อหรือไม่นั้น เห็นว่า โจทก์มีอาการปวดหัวเป็นไข้ แพทย์ให้ยาแล้วให้กลับบ้าน อีก ๓ วันต่อมา(วันที่๒๓ มิ.ย.๒๕๔๗) โจทก์มีอาการเป็นไข้จึงไปพบแพทย์อีก แพทย์เจาะเลือดเพื่อตรวจหาสาเหตุให้ยาแล้วให้กลับบ้าน ต่อมาอีก ๓ วัน(วันที่ ๒๖ มิ.ย.๒๕๔๗) โจทก์ไปหาแพทย์อีก แพทย์ตรวจเลือด ปัสสาวะและเอกซเรย์พบฝ้าขาวที่ปอดส่วนกลางทั้งสองข้างตับโตเล็กน้อย จึงให้ยาปฏิชีวนะไปทาน แต่อาการไม่ดีขึ้น ครั้นวันที่ ๑ กค ๒๕๔๗แพทย์เจาะน้ำไขสันหลังไปตรวจ ส่งฟิลม์เอกซเรย์ไปตรวจพบว่าเป็นวัณโรค จึงได้ส่งโจทก์ไปตรวจที่โรงพยาบาล ศ. รักษาวัณโรคจนหาย แต่ก็พิการทางสมอง นั้นเห็นว่า ผลการตรวจเลือดไม่ชี้บ่งว่าเป็นไข้เลือดออกหรือเป็นโรคชนิดใด อาการป่วย...

“แม้ยังไม่ได้ฟ้อง”

จำเลยที่ ๑ เคยเป็นข้าราชการในสังกัดโจทก์ มีหน้าที่เกี่ยวการเบิกจ่ายเงิน จำเลยที่ ๒ เป็นน้องเขยจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ปลอมใบสั่งจ่ายเงินงบประมาณฏีกาเลขที่......ได้รับเงินของโจทก์ไป ๑,๒๓๐,๓๐๐ บาท ศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ ผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร ปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่ ปลอมใช้เอกสารสิทธิ์อันเป็นเอกสาราชการปลอม ฉ้อโกงจำคุกจำเลยที่ ๑ ให้จำเลยที่ ๑ คืนหรือใช้ราคา ศาลอุทธรณ์ศาลฏีกาพิพากษายืน จำเลยที่ ๑ วางเงินจำนวน ๑,๒๓๐,๓๐๐ บาทต่อศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ นอกจากใบฏีกาปลอมที่โจทก์ได้ยื่นฟ้องแล้ว สนง.ตรวจเงินแผ่นดินตรวจพบว่าจำเลยที่ ๑ ปลอมใบสั่งจ่ายเงินงบประมาณอีก ๑๒ ฏีกา และเบิกเงินไปใช้ส่วนตัว ๑๒,๘๘๕,๙๗๒.๘๙บาท พนักงานอัยการฟ้องจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ปลอมเอกสารและฉ้อโกง จำเลยหลบหนี ต่อมาวันที่ ๑๕ พ.ย.๒๕๔๘ จำเลยที่ ๑ โอนขายที่ดินโฉนด ๓๒๓๒๖พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่.....ให้จำเลยที่ ๒ ในราคา ๘๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ นำบ้านและที่ดินดังกล่าวไปจำนองประกันหนี้เงินกู้แก่ธนาคาร กรุง...

“ผู้ต้องหาอายุไม่เกิน ๑๘ ปี”

แม้ไม่ปรากฏพนักงานสอบสวนได้จัดให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ร่วมในการสอบถามคำให้การจำเลย ถ้อยคำใดๆที่จำเลยให้การไว้ต่อหน้าพนักงานสอบสวนก็สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดจำเลยได้ ตาม ปวอ มาตรา ๑๓๔/๔วรรคท้าย เพราะความผิดฐานแข่งรถโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดตามพรบ.จราจรทางบก เป็นกรณีความผิดอื่นซึ่งกฎหมายไม่ได้บังคับว่า พนักงานสอบสวนต้องจัดให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์และพนักงานอัยการเข้าร่วมการสอบปากคำผู้ต้องหาตาม ปวอ มาตรา ๑๓๔/๒,๑๓๓ทวิ ประกอบกับผู้ต้องหาเป็นเด็กไม่ต้องการให้บุคคลดังกล่าวเข้าร่วมในการสอบปากคำ คำรับสารภาพที่มีไว้กับพนักงานสอบสวนจึงชอบด้วยกฎหมาย และเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้ ศาลจึงนำคำรับสารภาพในชั้นสอบสวนมาประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์เพื่อลงโทษจำเลยได้ คำพิพากษาฏีกา ๓๔๓๒/๒๕๔๗ ข้อสังเกต๑.ผู้ต้องหาหรือเด็กที่เป็นพยานที่มีอายุไม่เกิน ๑๘ ปีบริบรูณ์มีสิทธิ์ดังนี้คือ ๑.๑ ในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายอันไม่ใช่ความผิดที่เกิดจากการชุลมุนต่อสู้ ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ ความผิดฐานกรรโชก ชิงทรัพย์ และปล้นทรัพย์ตา...

“คดีถึงที่สุดไม่มีเหตุชี้ขาดความเห็นแย้ง”

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฐานร่วมกันฆ่า และร่วมกันพยายามฆ่า เป็นกรรมเดียวผิดกฏหมายหลายบทลงบทหนักฐานร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้ลงโทษประหารชีวิต เมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้วจะเพิ่มโทษอีกไม่ได้ ส่วนความผิดฐานพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ปรับคนละ ๑๐๐ บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษในความผิดฐานร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ๑ ใน ๓ และฐานร่วมกันพาอาวุธฯลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจำคุกตลอดชีวิต ฐานพาอาวุธฯปรับคนละ ๕๐ บาท นับโทษจำเลยที่ ๑ต่อโทษจำเลยที่ ๑ ในคดีหมายเลขแดงที่ ........./.........ของศาลชั้นต้น ริบขวาน มีดพกปลายแหลม ด้ามมีดพร้าของกลาง ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก อัยการศาลสูงจังหวัด........ไม่อุทธรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด.......รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบ จำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค.....ตาม ปวอ มาตรา ๒๔๕ วรรคสอง ศาลอุทธรณ์ภาค....พิพากษายืน อัยการศาลสูงจังหวัด........ไม่ฏีกาส่งสำนวนให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค..... รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาคปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภู...

"ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็น"

ผู้ต้องหาและผู้ตายมีเหตุโกรธเคืองกันเรื่องรุกล้ำที่ดินที่มีแนวเขตติดกัน ผู้ต้องหาขู่ฆ่าผู้ตายหลายครั้ง เคยใช้ปืนไล่ยิงบุตรผู้ตาย วันเกิดเหตุผู้ตาย ภรรยาและบุตรไปดำนา ได้ยินเสียงปืน ๑ นัดขณะนั้นผู้ตายอยู่ที่ไร่ไม่ได้ลงไปดำนาด้วยเข้าใจว่าชาวบ้านยิงนกยิงหนู เมื่อเลิกดำนากลับบ้านไม่พบผู้ตายจึงออกตามหาพบผู้ตายถูกยิงถึงแก่ความตาย จากการตรวจที่เกิดเหตุพบหมอนรองกระสุนปืนลูกซอง ขนาด ๑๒ จำนวน ๒ อัน น่าเชื่อว่าคนร้ายซุ่มยิงในป่าหญ้าห่างศพผู้ตาย ๑๐ เมตร พบรองเท้ายาง ๑ ข้างบริเวณที่ซุ่มยิง และพบอีกข้างห้างจากจุดซุ้มยิงไปทางเถียงนาผู้ต้องหา ๕ เมตร พบคาบเขม่าดินปืนติดบนกิ่งหญ้าในจุดที่ซุ่มยิง พนักงานสอบสวนเก็บเลือดผู้ตาย ๑ ถุงเล็กเป็นของกลาง ได้นำรองเท้ายางไปให้ภรรยาผู้ต้องหาดูรับว่าเป็นรองเท้าผู้ต้องหา และบอกว่าผู้ต้องหาไปนอนเฝ้านาแล้วไม่ได้กลับบ้าน ผู้ต้องหามีปืนลูกซอง ขนาด ๑๒ จำนวน ๑ กระบอก ไม่ทราบเก็บไว้ที่ใด ต่อมาพนักงานสอบสวนได้มาสอบปากคำภรรยาผู้ต้องหาอีกได้ความว่าผู้ต้องหาได้หนีออกจากบ้านไปแล้ว อาวุธปืนลูกซองขนาด ๑๒ที่ผู้ต้องหาซื้อเป็นปืนมีทะเบียนแต่ยังไม่ได้โอนทางทะเบียนและเก็บไว้ใต้ถุนบ้าน อ...