บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก เมษายน, 2022

ครูกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 6 ปีเศษ และเป็นศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/ 2563 คู่กรณี โจทก์ พนักงานอัยการจังหวัดเชียงคำ โจทก์ร่วม เด็กหญิง พ. โดยนาย ท. ผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลย นาย บ. - กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 มาตรา 158 (5) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง มาตรา 252 ที่แก้ไขใหม่ - ข้อมูลย่อ โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเป็นครูกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 6 ปีเศษ และเป็นศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล โดยระบุเวลาในการกระทำความผิดระหว่างเดือน ใดถึงเดือนใด ปี พ.ศ. อะไร เวลากลางวัน เพราะไม่อาจทราบวันกระทำความผิดที่ แน่ชัดได้ แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ว่าการกระทำ ความผิดเกิดขึ้นในวันที่โรงเรียนมีการเรียนการสอนตามปกติในเวลาราชการขณะ ที่จำเลยรับราชการอยู่ที่โรงเรียนนั้น จึงเป็นการกล่าวถึงข้อเท็จจริงและรายละเอียด เกี่ยวกับเวลากระทำความผิดดังที่ ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) บัญญัติบังคับไว้ ซึ่งเพียง พอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม จำเลยมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลดค่าสินไหมทด แทนที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยชดใช้แก่โจทก์ร่ว...

ครูทำอนาจารเด็กหญิงรวม ๑๒ คน

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 255/ 2563 คู่กรณี โจทก์ พนักงานอัยการจังหวัดเชียงคำ โจทก์ร่วม เด็กหญิง ก. โดยนาย ญ. และนาง ร. ผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลย นาย บ. - กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) - ข้อมูลย่อ โจทก์บรรยายฟ้องระบุวันเวลากระทำความผิดของจำเลยว่าเกิดขึ้น ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม 2560 เวลากลางวัน และระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2560 เวลากลางวัน วันใดไม่ปรากฏชัด ซึ่งรวมเอาวันเสาร์และวันอาทิตย์เข้าไปด้วย แต่ก็เป็นเพราะโจทก์ไม่อาจทราบวัน กระทำความผิดที่แน่ชัดของจำเลยได้ อย่างไรก็ดี ถือเป็นเรื่องที่โจทก์สามารถนำ สืบในชั้นพิจารณาได้ว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นในวันที่โรงเรียนมีการเรียนการ สอนตามปกติในเวลาราชการในช่วงระหว่างวันที่ซึ่งบรรยายไว้ในฟ้อง อันเป็น เพียงรายละเอียด การบรรยายฟ้องของโจทก์จึงเป็นอีกลักษณะหนึ่งของการกล่าว ถึงข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลากระทำความผิด ดังที่ ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) บังคับไว้ ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม - รายละเอียด โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย...

พยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์

  คำพิพากษาฎีกาที่ 8087/2556 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 กู้ยืม มาตรา 654 กู้ยืม ดอกเบี้ย มาตรา 224 ผิดนัด ดอกเบี้ย พระราชบัญญัติว่าด้วย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 4 มาตรา 7 มาตรา 8 มาตรา 9 พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 มาตรา 3 - ข้อมูลย่อ จำเลยนำบัตรกดเงินสดไปใช้เบิกถอนเงินสด ซึ่งการถอนเงินสด จำเลยจะต้องทำดามขั้นตอนที่ระบุในคู่มือการใช้บริการต้องใส่รหัสผ่าน 4 หลัก เลือกรายการถอนเงินจากบัญชีสินเชื่อเงินสด เลือกระยะเวลา การผ่อนชำระ 6 ถึง 36 เดือน ระบุจำนวนเงินที่ต้องการ (5,000 ถึง 20,000 บาท ต่อรายการ) และรับเงินสดพร้อมสลิปไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งในสลิปจะปรากฏอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินใน แต่ละครั้งอยู่ด้วย แสดงว่าจำเลยสมัครใจกู้ยืมเงินจากโจทก์ตามเงื่อนไข ที่โจทก์กำหนด ถือเป็นธุรกรรมในทางแพ่งและพาณิชย์ที่ดำเนินการโดย ใช้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 4 มีผลใช้บังคับตามมาตรา 7 ซึ่ง บัญญัติว่าห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทาง ...

ขโมยข้อมูลที่ไม่ถือว่าเป็นการลักทรัพย์

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5161/2547 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ลักทรัพย์โดยมีเหตุฉกรรจ์ ข้อมูลย่อ ข้อมูลตามพจนานุกรมให้ความหมายว่า “ข้อเท็จจริงหรือสิ่งที่ถือหรือยอมรับว่า เป็นข้อเท็จจริงสำหรับใช้เป็นหลักอนุมานหาความจริงหรือการคำนวณ” ส่วนข้อเท็จจริง หมายความว่า “ข้อความแห่งเหตุการณ์ที่เป็นมาหรือที่เป็นอยู่ตามจริงข้อความหรือเหตุการณ์ ที่จะต้องวินิจฉัยว่าเท็จหรือจริง” ดังนั้น ข้อมูลจึงไม่นับเป็นวัตถุมีรูปร่าง สำหรับตัวอักษร ภาพแผนผัง และตราสารเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่ถ่ายทอดความหมายของข้อมูลออกจาก แผ่นบันทึกข้อมูลโดยอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์มิใช่รูปร่างของข้อมูล เมื่อ ป.พ.พ.มาตรา137 บัญญัติว่า ทรัพย์ หมายความว่า วัตถุมีรูปร่าง ข้อมูลในแผ่นบันทึกข้อมูลจึงไม่ถือเป็นทรัพย์ การที่จำเลยนำแผ่นบันทึกข้อมูลเปล่าลอกข้อมูลจากแผ่นบันทึกข้อมูลของโจทก์ร่วม จึงไม่ เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ - รายละเอียด โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา1 มาตรา 188, 335, 357, 91 คืนแผ่นบันทึกข้อมูลและเอกสารแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัทธรรมนิติ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ...

ดุลพินิจของพนักงานสอบสวน

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3334/2558 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131 ถึง มาตรา 134 การสอบสวน มาตรา 158 บรรยายฟ้อง - ข้อมูลย่อ คำฟ้องโจทก์บรรยายในความผิดฐานหมิ่นประมาทมีข้อความ ครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) โดยระบุข้อเท็จจริงและรายละเอียดต่าง ๆ พร้อมทั้งข้อความ อันเกี่ยวกับข้อหมิ่นประมาทซึ่งเพียงพอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจได้ดี แล้วว่า พ. ก. พนักงานบริษัท อ. และบุคคลทั่วไปเข้าใจได้ว่าบุคคล ที่จำเลยกล่าวถึงในข้อความอันเกี่ยวกับข้อหมิ่นประมาทหมายถึง ผู้เสียหาย คำฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131 ถึงมาตรา 134 การสอบสวนคดีเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงาน สอบสวนที่จะสืบหาพยานหลักฐานมาประกอบในการดำเนินคดีตามที่ ได้รับแจ้ง และเป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนที่จะเรียกบุคคลใด มาเป็นพยานหรือหมายเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องมาเป็นพยาน การที่ พนักงานสอบสวนสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานแล้วมี ความเห็นควรสั่งฟ้องจำเลยในข้อหาตามที่แจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจาก ผู้เสียหายยืนยันว่าบุคคลที่ระบุไว้ในอีเมล์เข้าใจได้ว่าเ...

อำนาจฝากขังของศาลชั้นต้น

  คําพิพากษาฎีกาที่ 4265/2561 คู่กรณี ผู้ร้อง พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้ต้องหา นายวัฒนา เมืองสุข - กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 อุทธรณ์ฎีกา - ข้อมูลย่อ คําสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาตามคําร้อง ของพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 71 ประกอบมาตรา 66 ไม่ใช่เรื่องที่กฏหมายมีความ ประสงค์จะให้ผู้ต้องหายื่นอุทธรณ์คัดค้านได้ ตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา มาตรา 193 ผู้ต้องหาจึงไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ - รายละเอียด คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560 ศาลชั้นต้นมี คําสั่งอนุญาตให้ขังผู้ต้องหามีกําหนด 12 วัน ไว้เพื่อดําเนินการ สอบสวนดําเนินคดีผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (2) (3) (5) ผู้ต้องหาอุทธรณ์คําสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ขังผู้ต้องหา ตามคําร้องของผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ต้องหา ผู้ต้องหาฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “คด...

ไม่ถือว่าผิดฐานหมิ่นประมาท

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 374/2562 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 หมิ่นประมาท ข้อมูลย่อ โจทก์และจำเลยต่างขายสินค้าเสริมความงาม เช่น ครีมบำรุงผิว สบู่ ทางอินเตอร์เน็ตผ่านโปรแกรมเฟซบุ๊ก เมื่อเดือนเมษายน 2558 จำเลย พิมพ์ข้อความที่โจทก์อ้างว่าหมิ่นประมาทโจทก์ซึ่งเมื่อพิเคราะห์ถึงข้อความ ที่จำเลยพิมพ์ในเฟซบุ๊กที่ว่า" ...หรือว่ามึงเอาครีมเก่าเน่าๆ ไปขายให้ลูกค้า แล้วไม่มีใครซื้อของ ของมึงนัง พ. ..." ซึ่งอ่านแล้วข้อความดังกล่าว ก็เป็นเพียงการตั้งคำถามถึงโจทก์ว่า โจทก์ขายครีมเก่าเน่าๆ หรือไม่ มิได้ยืนยันว่า โจทก์ขายครีมเก่าเน่า ๆ อันเป็นการยืนยันข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็น ความผิดฐานหมิ่นประมาท รายละเอียด โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 (ที่ถูกพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550) มาตรา 14 (1) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ...

ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/ 2563 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 มาตรา 289 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ข้อมูลย่อ จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่ง เลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัด ขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ในขณะที่เพิ่งมี ปากเสียงกัน จำเลยจึงอยู่ในสภาวะอารมณ์ขุ่นเคืองและโกรธ มากกว่าที่จะวาง แผนหรือใคร่ครวญตรึกตรองหาวิธีทำร้ายผู้เสียหายที่ 2 เมื่อจำเลยเห็นผู้เสีย หายที่ 2 บริเวณบ้านที่เกิดเหตุโดยบังเอิญ จำเลยเลี้ยวรถกลับไปจอดหน้าบ้านที่ เกิดเหตุแล้วเดินเข้าไปหา ผู้เสียหายที่ 2 เห็นจำเลยก็วิ่งหนี จำเลยวิ่งตามไปใช้ อาวุธมีดที่พกติดตัวมาแทงทำร้าย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ซึ่งอยู่ใน บริเวณเดียวกัน ได้รับอันตรายสาหัส เป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า จำเลยกระทำ ไปโดยขาดความยับยั้งชั่งใจและขาดสติด้วยคิดว่าผู้เสียหายที่ 2 ตีจากและหัน ไปคบกับผู้เสียหายที่ 3 พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังมีความสงสัยตาม สมควรว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อ...

กระทำไปเพราะถูกหลอกลวงถือไม่ได้ว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1666/ 2562 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) ข้อมูลย่อ - พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยเป็นฝ่ายไปเรียกเงินจากโจทก์เพื่อเป็นการตอบแทน ในการไปวิ่งเต้นให้สามีโจทก์ได้รับพระราชทานอภัยโทษ หลังจากมอบเงินให้จำเลย จำเลยไม่ สามารถดำเนินการให้สามีโจทก์ได้รับพระราชทานอภัยโทษได้ เมื่อโจทก์ทวงถามจำเลยก็บ่ายเบี่ยงและ ไม่ยอมคืนเงินให้ แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาที่จะวิ่งเต้นให้สามีโจทก์ได้รับพระราชทานอภัยโทษหรือ รู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถวิ่งเต้นกรณีดังกล่าวได้ อันเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือหลองลวงโจทก์ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ จึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้อง คดีในข้อหานี้ได้ และกรณีฟังไม่ได้ว่าโจทก์มีเจตนาตั้งแต่แรกจะวิ่งเต้นให้สามีโจทก์ได้รับพระราช ทานอภัยโทษ แต่โจทก์กระทำไปเพราะถูกจำเลยหลอกลวง ถือไม่ได้ว่าโจทก์มีส่วนร่วมในการกระทำ ความผิด โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีสิทธินำคดีมาฟ้องได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/ 2562 ) รายละเอียด - โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามปร...