บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มกราคม, 2018

กลับหลักฎีกาใหม่และเรื่องควรรู้ เกี่ยวกับดอกเบี้ยเกินอัตรากฎหมายกำหนดในสัญญาเงินกู้

คำว่า ดอกเบี้ย สัญญากู้ยืมเงินเป็นนิติกรรม ๒ ฝ่าย เกิดขึ้นด้วยการแสดงเจตนาของคู่สัญญา ดังนั้น คู่สัญญาจะตกลงกันว่าจะคิดดอกเบี้ยหรือไม่ก็ได้ ถ้าตกลงกันว่าจะคิดดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยที่ตกลง และวิธีการคิดดอกเบี้ยต้องไม่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ข้อตกลงนั้นจึงจะใช้บังคับได้ ผู้กู้มีหน้าที่เสียดอกเบี้ย ซึ่งมีข้อควรรู้พิจารณาอยู่ ๒ประการ  ๑.อัตราดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนด ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีบทบัญญัติที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยซึ่งนำมาใช้ในเรื่องกู้ยืมได้ ๒ มาตรา กล่าวคือ มาตรา ๗ ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี  และมาตรา ๒๒๔นี้เงินนั้น ท่านให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น กรณีตกลงเรื่องดอกเบี้ยแต่ไม่ได้กำหนดในสัญญา กรณีจะใช้มาตรา ๗ คือกรณีที่ตกลงกันในสัญญาว่าการกู้ครั้งนั้นเสียดอกเบี้ย แต่ไม่ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยกันไว้ กฎหมายจึงบัญญัติตามมาตรา ...

"บุกรุก - 2"

๑๑. โจทก์จำเลย นำสืบพยานโต้แย้งสิทธิ์ในที่ดินพิพาท โดยโจทก์และจำเลยต่างฟ้องเป็นคดีแพ่งกล่าวอ้างว่าตนมีสิทธิ์ครอบครองในที่พิพาทอีกฝ่ายรุกล้ำขอให้ ขับไล่ เรียกค่าเสียหาย ในระหว่างที่ยังโต้แย้งสิทธิ์ในที่พิพาทอยู่ จำเลยเข้าไปปักเสาขึงลวดหนามปลูกต้นผลไม้ในที่ดินพิพาทโดยเข้าใจว่าเป็นของจำเลย ไม่มีเจตนาเข้าไปกระทำการใดๆในอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุข ไม่มีความผิดตาม ปอ มาตรา ๓๖๒ คำพิพากษาฏีกา ๒๒๖๔/๒๕๓๘ ๑๒. โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่๒ ที่ ๓ ในระหว่างการพิจารณาของศาลฏีกา จำเลยทั้งสามไม่คัดค้าน ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ตาม ปอ มาตรา ๓๕๘,๓๕๙เป็นความผิดส่วนตัว โจทก์ขอถอนฟ้องในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดได้ ศาลฏีกาจึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง สิทธิ์นำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ตาม ปวอ มาตรา ๓๙(๒) แต่ข้อหาลักทรัพย์และบุกรุกตาม ปอ มาตรา ๓๓๕,๓๖๕ ไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแล้วจึงถอนฟ้องไม่ได้ โจทก์จำเลยที่ต่างนำสืบโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทกันอยู่ ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ความชัดว่า ที่พิพาทเป้น...

"บุกรุก - 1"

๑. ที่ดินที่ถูกกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าบุกรุกนำสินค้ามาวางขายเป็นของโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมไม่อนุญาตให้จำเลยนำไปให้ผู้ใดเช่า การที่นำไปให้บุคคลอื่นเช่าโดยไม่มีอำน าจ มีความผิดฐานบุกรุก ปอ มาตรา ๓๖๒ คำพิพากษาฏีกา ๒๗๖๘/๒๕๕๑ ๒. จำเลยเข้าไปในบ้านผู้เสียหายโดยการเชิญชวนของบุตรสาวผู้เสียหาย แม้ผู้เสียหายไม่อนุญาตให้จำเลยเข้าบ้านก็ตาม แต่จำเลยก็ได้รับอนุญาตจากบุตรสาวผู้เสียหายให้เข้าไปในบ้านดังกล่าวแล้ว จึงไม่ใช่การเข้าไปในบ้านผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือโดยไม่มีเหตุอันควร ทั้งไม่ใช่การเข้าไปเพื่อกระทำการใดๆอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข ตาม ปอ มาตรา ๓๖๒,๓๖๔ คำพิพากษาฏีกา ๕๑๗๗/๒๕๔๙ ๓. กรณีที่จะเป็นความผิดฐานบุกรุกตาม ปอ มาตรา ๓๖๒ ต้องได้ความว่า โจทก์ร่วมเป็น “ เจ้าของ” หรือ “ ผู้ครอบครอง”ที่ดินพิพาทอยู่ในขณะที่กล่าวหาจำเลยเข้าไปในที่ดินพิพาทเพื่อถือการครอบครองหรือเข้าไปกระทำการใดๆอันเป็นการรบกวนการครอบครองที่พิพาทของโจทก์ร่วมโดยปกติสุข คดีนี้ได้ความว่า จำเลยเข้าไปครอบครองที่พิพาทอยู่ก่อนแล้ว โจทก์ร่วมเพิ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทโดยการซื้อขายในภายหลัง แม้ข้อเท็...