บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก 2018

“พฤติการณ์ประกอบการกระทำ”

ในความผิดอาญาบางฐาน ดร. เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ “เมื่อถ้อยคำดังกล่าวเป็น “พฤติการณ์ประกอบการกระทำ” มิใช่เป็น “ข้อเท็จจริง” มีผลในทางกฎหมายก็คือ จะนำหลักในมาตรา ๕๙ วรรคสาม ที่ว่า ไม่รู้ไม่มีเจตนา มาปรับใช้ไม่ได้เพราะหลักในมาตรา ๕๙ วรรคสาม จะนำมาใช้ได้กับกรณี องค์ประกอบภายนอก ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเท่านั้น...” ความผิดอาญาบางฐาน กฎหมายบัญญัติองค์ประกอบของความผิดโดยใช้ถ้อยคำว่า “โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” เช่น ความผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๔๖ เป็นต้น ความผิดฐานนี้ แยก “องค์ประกอบภายนอก” และ “องค์ประกอบภายใน” ได้ดังนี้ องค์ประกอบภายนอก (๑) ผู้ใด (๒) (ก) ทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด (ข) เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในเอกสารที่แท้จริง หรือ (ค) ประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร (๓) โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน ข้อสังเกต (๑) ถ้อยคำที่ว่า “โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” เป็น “องค์ประกอบภายนอก” ประการหนึ่งของความผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๖๔ แต่เป็น “องค์ประกอบภายนอก”...

เรื่องยุ่ง ๆ ของผัวเมีย

๑.ผู้ร้องจดทะเบียนสมรสกับ ร เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๑๖ ในระหว่างสมรสผู้ร้องมาจดทะเบียนสมรสซ้อนกับจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๑ ผู้ร้องซื้อและจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทจาก จ.เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ ต่อมาวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๒๖ ผู้ร้องกับจำเลยจดทะเบียนหย่าขาดกัน กรณีต้องบังคับตามบทบัญญัติบรรพ ๕ ใหม่ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๙ แม้ผู้ร้องจะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่แล้วอันจะทำให้การสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ ๑ตกเป็นโมฆะก็ตาม แต่เมื่อในระหว่างที่ผู้ร้องจดทะเบียนที่ดินพิพาทมายังไม่มีผู้มีส่วนได้เสียคนใดร้องขอต่อศาลให้การสมรสเป็นโมฆะตาม ปพพ มาตรา ๑๔๙๕(เดิม) ต้องถือว่าการสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ ๑มีผลสมบรูณ์ยู่ ที่ดินพิพาทจึงเป็นทรัพย์ที่ผู้ร้องได้มาระหว่างสมรสกับ ร และ จำเลยที่ ๑ จึงเป็นสินสมรสของผู้ร้องกับจำเลยที่ ๑ ด้วย โดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยที่ ๑มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นหรือออกเงินช่วยผู้ร้องชำระราคาที่ดินพิพาทหรือไม่ แม้ภายหลังผู้ร้องกับจำเลยที่ ๑จะจดทะเบียนหย่าขาดกันก็ต้องจัดการแบ่งที่ดินพิพาทแก่ผู้ร้องตามสิทธิ์ที่ผู้ร้องมีอยู่ตาม ปพ...

หมิ่นประมาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2296/2514 จำเลยกล่าวต่อหน้าบุคคลอื่นว่า "นายก กินเนื้อของนายเนี้ยว วันละ 8 กิโลจึงอนุญาตให้ฆ่า ถ้าไม่กินเนื้อวันละ 8 กิโล เขาก็คงไม่อนุญาต" ซึ่งมีความหมายว่าโจทก์ร่วมนายกเทศมนตรีจังหวัดชัยภูมิร่วมรับสินบนของนายสมชายหรือเนี้ยว คำกล่าวเช่นนี้ถือเป็นการหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ร่วมให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง

“เช่าต่อเมื่อหมดสัญญาเช่า”

๑. การจะถือว่า เมื่อสิ้นกำหนดการเช่าแล้วมีการเช่าต่อไปไม่มีกำหนดระยะเวลาตาม ปพพ มาตรา ๕๗๐ กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้อง เบิกเลิกการเช่าหรือบอกกล่าวให้ผู้ให้เช่าทราบก่อนหรือในวันครบกำหนดการเช่าว่าจะไม่ให้เช่าต่อไป หากแต่ให้ดูเจตนาของผู้ให้เช่าว่ามีการยินยอมให้ผู้เช่าอยู่ต่อไปหรือไม่ ซึ่งการยินยอมนั้นรวมถึงการไม่ทักท้วงเมื่อรู้ว่าผู้เช่าครอบครองทรัพย์สินที่เช่าต่อมาหลังจากสิ้นกำหนดเช่าแล้ว สัญญาเช่าที่ดินมีกำหนดเวลาเช่าแน่นอน โจทก์มีหนังสือบอกเลิกการเช่าไปยังจำเลยในวันครบกำหนดการเช่า แสดงเจตนาโจทก์ว่าไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าต่อไปนับแต่วันครบกำหนดการเช่าแล้ว และหนังสือดังกล่าวจำเลยได้รับแล้ว พฤติการณ์เช่นนี้ถือโจทก์ได้ทักท้วงในการที่จำเลยจะอยู่ในที่เช่าต่อไป การที่จำเลยอยู่ในที่เช่าต่อไปหลังสัญญาเช่าครบกำหนดแล้ว จึงไม่ใช่การเช่ากันใหม่โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาตาม ปพพ มาตรา ๕๗๐โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องโดยไม่จำต้องบอกเลิกการเช่าตาม ปพพ มาตรา ๕๖๖ อีก คำพิพากษาฏีกา ๓๖๙๑/๒๕๓๕ ๒. ในชั้นชี้สองสถานจำเลยยื่นคำแถลงขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาท ๒ ประเด็นคือ ๑).โจทก์ให้คำมั่นจะให้จำเลยเช่าที่...

ลานจอดรถ

ฎีกาที่ 743/2561  การจัดให้มีลานจอดรถสำหรับเป็นที่จอดรถของลูกค้าหรือผู้มาใช้บริการห้างสรรพสินค้าของจำเลยเป็นปัจจัยหนึ่งเพื่อจูงใจให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการจึงเป็นการให้บริการอย่างหนึ่งของจำเลยแก่ลูกค้า จำเลยย่อมต้องมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ทรัพย์สินของลูกค้า ซึ่งรวมถึงรถยนต์ของลูกค้าที่นำมาจอดบริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลยด้วย แม้จำเลยยินยอมให้บุคคลทั่วไปนำรถยนต์มาจอดที่ลานจอดรถก็ไม่ทำให้จำเลยหลุดพ้นจากหน้าที่ที่จะต้องให้การดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ทรัพย์สินของลูกค้า จำเลยจึงมีหน้าที่ที่ต้องดูแลรถกระบะที่ลูกค้าของจำเลยนำมาจอดในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลย ห้างสรรพสินค้าจำเลยใช้มาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่รถยนต์ของลูกค้าโดยมีพนักงานคอยตรวจสอบดูแลรถยนต์ในขณะที่เข้าหรือออกจากลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลย หากไม่มีบัตรที่มอบให้ในขณะที่นำรถยนต์เข้ามาจอดก็ไม่สามารถนำรถยนต์ออกไปจากลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลยได้ อันเป็นมาตรการในการตรวจสอบที่ค่อนข้างจะรัดกุมแต่จำเลยกลับยกเลิกไปและนำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งไว้บริเวณทางเข้าออกลานจอดรถแทนและติดป้ายเตือ...

“ผิดเพี้ยนในลายละเอียดปลีกย่อย ไม่มีเหตุปรักปรำ รับฟังลงโทษได้” (ตอนที่ ๑)

๑.ตำรวจ ๓ นายเบิกความว่า จำเลยทั้งสองกับพวกมีเฮโรอินจะขาย จึงให้ตำรวจสองนายปลอมตัวเป็ นพ่อค้าเดินทางไปกับสายลับติดต่อล่อซื้อเฮโรอินจากจำเลยทั้งสองกับพวกที่บ้าน ตกลงซื้อขายและนัดส่งมอบเฮโรอิน ในวันนัดตำรวจขับรถไปกับสายลับเพื่อรับจำเลยทั้งสองกับพวก จำเลยทั้งสองเป็นคนนำเฮโรอินบรรจุถุงปุ๋ยขึ้นรถที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขับและนั่งรถคันนั้นมาจุดนัดพบ ถูกร้อยตำรวจเอก ป. ซึ่งนำกำลังซุ้มรออยู่จับกุมและยึดเฮโรอินของกลางได้ คำเบิกความเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเหตุผล เพราะเป็นผู้ติดต่อซื้อเฮโรอินของกลางและเห็นเหตุการณ์ จำเลยเบิกความรับ ทั้งไม่มีเหตุผลปรักปรำจำเลย ข้ออ้างที่ว่าในถุงไม่มีเฮโรอินเป็นคำของจำเลยคนเดียวลอยๆ ฟังเป็นจริงไมได้ จำเลยที่ ๒ อ้างงติดต่อขอซื้อเฮโรอินให้สายลับอ้างว่าถ้าจับคนขายได้จะได้รางวัล ไม่น่าเชื่อถือ เพราะถ้าจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ติดต่อซื้อเฮโรอินของกลางให้สายลับจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจคงต้องทราบและคงไม่ถูกจับกุมกล่าวหาจำเลยที่ ๒ ด้วย พยานที่นำสืบน่าเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเฮโรอินไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย คำพิพากษาฎีกา ๗๘/๒๕๓๐ ๒.การที่พยานสองคนปลอมตัวเป็นพ...

“ข้อมูลอีเล็กทรอนิกที่เข้าถึงได้”

โจทก์ส่งข้อความถึงจำเลยทางfacebook มีใจความว่า “ เงินทั้งหมด ๖๗๐,๐๐๐ บาท ไม่ต้องส่งคืนให้ ยกให้ทั้งหมด ไม่ต้องส่งดอกอะไรมาให้ จะได้ไม่ต้องมีภาระหนี้สินติดตัว” การส่งข้อมูลดังกล่าวเป็นการสนทนาผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ถือว่าเป็นการส่งข้อมูลทางอีเล็คทรอนิกส์ต้องนำพรบ ธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิค พ.ศ. ๒๕๔๔ มาใช้บังคับ ซึ่งมาตรา ๗ บัญญัติว่า “ ห้ามไม่ให้ปฏิเสธความผูกพันและการบังคับใช้กฎหมายของข้อความใดๆเพียงเพราะข้อความนั้นอยู่ในรูปแบบอีเล็คทรอนิกส์” และในมาตรา ๘ บัญญัติว่า “ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๙ ในกรณีกฎหมายกำหนดให้การใดต้องทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทำข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอีเล็คทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง “ให้ถือว่า “ ข้อความนั้นได้ทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงแล้ว ดังนั้นข้อความที่โจทก์ส่งถึงจำเลยทาง facebook แม้ไม่มีการลงลายมือชื่อโจทก์ก็ตาม แต่การส่งข้อความโจทก์ทาง facebook จะปรากฏชื่อผู้ส่งด้วย และโจทก์ก็ยอมรับว่าได้ส่งข้อความทาง facebookถึงจำเลยจริง ข้อความสนทนาจึงรับฟังได้ว่า เป็นกา...

“ถามคำให้การ”

๑. แม้ ปวอ. มาตรา๗/๑(๒)จะบัญญัติให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบสวนปากคำตนได้ในชั้นสอบสวน และมาตรา ๑๓๔/๓ บัญญัติให้ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ตนไว้ใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้ และมาตรา ๑๓๔/๔(๒) บัญญัติเรื่องการถามความผู้ต้องหานั้น ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบก่อนว่า ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้ใจเข้าฟังการสอบสวนเข้าฟังการสอบปากคำตนได้ก็ตาม แต่ในวรรคท้ายมาตรา ๑๓๔/๔ บัญญัติเพียงว่า ถ้อยคำใดๆที่ให้ไว้กับพนักงานสอบสวนก่อนมีการแจ้งสิทธิตามวรรคหนึ่ง หรือก่อนที่จะดำเนินการตาม มาตรา ๑๓๔/๓ จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้เท่านั้น ดังนั้นพนักงานสอบสวนแม้ไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวก็หาทำให้การสอบสวนไม่ชอบแต่อย่างใดไม่ คำพิพากษาฏีกา ๓๑๑๙/๒๕๕๐ ๒. บทบัญญัติในมาตรา ๑๓๔ตรีประกอบมาตรา ๑๓๓ทวิวรรคห้าใช้กับกรณีผู้ต้องหาอายุไม่เกิน ๑๘ ปีในขณะที่มีการสอบปากคำ เมื่อปรากฏว่าเมื่อขณะสอบปากคำจำเลยในฐานะผู้ต้องหา จำเลยมีอายุเกิน ๑๘ ปีแล้ว การสอบปากคำจำเลยจึงไม่ต้องมีนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่จำเลยใน...