บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก สิงหาคม, 2017

“ทุจริต”

๑. การที่พนักงานของผู้เสียหายผู้นำคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายไปเก็บไว้ท้ายกระโปรงรถยนต์ของผู้เสียหายคันที่จำเลยนำไปใช้ในการทำงานนอกสถานที่โดยจำเลยไม่ทราบมาก่อน ผู้เสียหายไม่ได้สละการครอบครอง เครื่องคอมพิวเตอร์ยังอยู่ในความยึดถือของผู้เสียหาย และจำเลยควรรู้ว่าผู้เสียหายจะต้องมาติดตามเอาคืน การที่จำเลยยอมให้ ณ. นำเครื่องคอมพิวเตอร์ไปใช้ประโยชน์ส่วนตน จึงเป็นการที่จำเลยเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ไปจากการครอบครองของผู้เสียหายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ คำพิพากษาฏีกา ๓๓๓๓/๒๕๔๕ ๒. ความผิดฐานยักยอกเป็นเรื่องที่ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต คำว่า “ โดยทุจริต” หมายถึงการแสวงหาประโยชน์อันไม่ควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เมื่อจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่ทายาททั้งหลายในการประชุมทายาท โจทก์ขอแบ่งทรัพย์มรดก แต่จำเลยไม่ยินยอม แสดงว่ามีเจตนาเบียดบังเอาทรัพย์มรดกเป็นของตนเอง มูลความเห็นคดีเกิดขึ้นใ...

“ประมาทหรือเจตนา”

๑. จำเลยที่ ๒ ใช้ปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงยิงไปที่กลุ่มผู้เสียหายซึ่งมีประมาณ ๑๐ คน โดยไม่ใยดีว่ากระสุนจะถูกใครหรือไม่ แม้เป็นการยิงเพียงนัดเดียวก็อาจถูกผู้อื่นถึงแก่ความตายได้ กระสุนปืนดังกล่าวถูกแขนขว่าผู้เสียหาย เป็นการกระทำที่เล็งเห็นผลของกากรกระทำ เป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่าตาม ปอ มาตรา ๕๙ วรรคสอง คำพิพากษาฏีกา ๓๔๓๑/๒๕๓๕ ๒. จำเลยใช้ปืนที่มีอนุภาพร้ายแรงยิงเข้าไปในกลุ่มผู้ตาย ย่อมเล็งเห็นผลได้ว่ากระสุนปืนอาจถูกบุคคลหนึ่งบุคคลใดภายในกลุ่มถึงแก่ความตายได้ เมื่อกระสุนปืนถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย เป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลย จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา คำพิพากษาฏีกาที่ ๔๙๒๔/๒๕๔๗ ๓. จำเลยใช้ไม้สนที่เป็นไม้เนื้อแข็ง เส้นผ่าศนูย์กลาง ๖ เซ็นติเมตร ยาว ๗๐ เซนติเมตร มีขนาดโตพอดี ตีศรีษะผู้เสียหาย ๑ ที โดยเลือกตีที่ศีรษะผู้เสียหายซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ กะโหลกแต่เลือดคลั่งในสมองจากการตี แสดงตีโดยแรง จำเลยย่อมเล็งเห็นผลแห่งการกระทำของตนว่าอาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ แพทย์ผู้รักษายืนยันว่า หากไม่ผ่าตัดสมองรักษาให้ทันท่วงที ผู้เสียหายอาจถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า จำเลยกับผู...

“ต่อสู้ขัดขวาง”

อำนาจตำรวจในการจับกุมตรวจค้น  ๑.จำเลยที่ ๑ ฏีกาว่าไม่ได้กระทำความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อ้างเหตุพยานโจทก์ที่นำมาสืบฟังไม่ได้ว่าอาวุธปืนที่จำเลยที่ ๑มีไว้ใช้ยิงได้หรือไม่ จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นอาวุธปืนตามกฎหมาย จำเลยที่ ๑ ไม่มีความผิด ปัญหาว่าอาวุธปืนยิงได้หรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ปัญหาว่าจำเลยที่๑ ไม่ได้กระทำผิดตามฟ้องฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยอ้างว่าขณะที่เจ้าพนักงานเข้าตรวจค้นและจับกุมพวกลักลอบเล่นการพนัน ตำรวจไม่มีหมายค้นหมายจับจึงไม่อาจตรวจค้นจับกุมได้ จำเลยที่ ๑ เข้าขัดขวางการจับกุมไม่มีความผิด แม้ปัญหานี้จำเลยไม่ได้ยกขึ้นกล่าวไว้ในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฏีกามีอำนาจวินิจฉัยได้ตาม ปวอ มาตรา ๑๙๕วรรคสอง,๒๒๕ ในขณะเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนัน เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีหมายจับหมายค้น แต่เห็นว่ามีการเล่นการพนันอันเป็นความผิดซึ่งหน้า หากไม่เข้าจับกุมตรวจค้นทันทีตามที่พลเมืองดีแจ้ง ผู้ต้องหาอาจหลบหนีไปได้เป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งจึงตรวจค้นในเวลากลางคืนโดยไม่มีหมายค้นตาม ปวอ มาตรา ๙๒(๒),๙๖(๒) จึงเป็นการจับกุม...