บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มิถุนายน, 2017

ไม่รู้ว่าใครแทง

รูปภาพ

“ได้มาระหว่างสมรสหรือไม่”

๑. เงินชดเชยเป็นเงินที่เกิดขึ้นเนื่องจากความตายได้มาหลังถึงแก่กรรม ไม่เป็นสินสมรส และไม่ใช่มรดก สิทธิ์ในการได้รับเงินช่วยเหลือเพื่อนเนื่องจากความตาย ไม่ใช่เงินที่มีอยู่แล้วในระหว่างที่มีชีวิตหรือถึงแก่กรรม แม้วิธีการที่จะได้เงินจำนวนนี้มาผู้ตายต้องชำระเงินในอัตราร่วมกับพนักงานคนอื่นๆเพื่อรวบรวมส่งให้ทายาทของพนักงานที่ถึงแก่กรรมรายก่อนๆ ก็ไม่ใช่มรดกที่ทายาทจะมาขอแบ่ง ส่วนเงินประกันชีวิตเกิดจากสัญญาระหว่างผู้ตายกับบุคคลภายนอกและจำเลยเพื่อใช้เงินแก่ผู้รับประโยชน์เนื่องจากการมรณะของผู้ตาย เป็นการประกันชีวิต สิทธิ์ตามสัญญาเกิดขึ้นเมื่อผู้ประกันชีวิตถึงแก่กรรมจึงไม่ใช่มรดกของผู้ตายที่มีอยู่ในขณะถึงแก่ความตายที่จะขอใช้สิทธิ์แบ่งได้ สัญญาประกันชีวิตระบุให้บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คู่สมรสเป็นผู้รับประโยชน์อันต้องบังคับตาม ปพพ มาตรา ๘๗๙วรรคสอง(ที่ถูกต้องน่าเป็นมาตรา ๘๙๗วรรคสอง)ที่กำหนดแต่จำนวนเงินเบี้ยประกันเอาไว้ที่ได้ส่งไปแล้วจะเป็นทรัพย์สินส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกอันเจ้าหนี้จะเอาชดใช้หนี้ได้ เมื่อไม่ได้ฟ้องเรียกเอาเบี้ยประกันภัย โดยกล่าวอ้างมาในฟ้องขอเรียกเงินประกันชีวิต จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากันมาแล้...

“เปลี่ยนลักษณะการยึดถือ”

๑. โจทก์ทั้งสองซื้อที่พิพาทจาก อ. โดยมอบให้ อ. ครอบครองแทน แม้ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าที่ พรบ.ให้ใช้ ป.ที่ดิน ฯ มาตรา ๙ จะโอนที่ดินมือเปล่าให้แก่กันไม่ได้ แต่ที่ดินมือเปล่าเจ้าของมีสิทธิ์ครอบครอง โดย ปพพ มาตรา ๑๓๗๘ การโอนไปซึ่งสิทธิ์ครอบครองนั้นย่อมกระทำโดยส่งมอบทรัพย์สินที่ครอบครอง ซึ่งมาตรา ๑๓๘๐ วรรคแรก บัญญัติรองรับว่าด้วยการโอนไปซึ่งการครอบครองเป็นผลแม้ผู้โอนยังยึดถือทรัพย์สินอยู่ ถ้าผู้โอนแสดงเจตนาต่อไปว่าจะยึดถือทรัพย์สินแทนผู้รับโอน เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ได้ฏีกาโต้แย้งในประเด็นว่า โจทก์ทั้งสองไม่ได้มอบหมายให้ อ. ครอบครองแทน โจทก์ทั้งสองจึงได้สิทธิ์ครอบครองที่พิพาทมาจาก อ. โดยการโอนและส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทกันตาม ปพพ มาตรา ๑๓๗๘ , ๑๓๘๐วรรคหนึ่ง ,๑๓๗๕วรรคสอง ที่บัญญัติให้ผู้ถูกแย่งการครอบครองต้องฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน ๑ ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองนั้นเป็นบทบัญญัติที่กำหนดระยะเวลาฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองกรณีที่ถูกแย่งการครอบครองเท่านั้น การที่จำเลยที่ ๒ ดำเนินการออก พรก.เพิกถอนสภาพที่ดินสาธารณะและทำแผนที่ท้าย พรก. เป็นการกระทำตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ จึงหาใช่การแย่...

“ผัวเมียแบ่งมรดก”

๑.จำเลยทั้งสองให้การว่า คดีขาดอายุความเนื่องจากจำเลยทั้งสองได้รับโอนที่ดินพิพาทเป็นเวลาเกิน ๑๐ ปีทำประโยชน์ในที่พิพาทโดยสงบเปิดเผยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมา ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน คำให้การจำเลยทั้งสองไม่ได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความให้ชัดแจ้งว่า คดีขาดอายุความเรื่องฟ้องคดีมรดก โจทก์ที่ ๑ มีสิทธิ์เรียกร้องตั้งแต่เมื่อใด นับแต่วันใดถึงวันฟ้องคดีจึงขาดอายุความไปแล้วคำให้การจำเลยทั้งสองไม่ชอบด้วย ปวพ มาตรา ๑๗๗ วรรคสอง คดีไม่มีประเด็นเรื่องอายุความ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยคดีโจทก์ขาดอายุความตาม ปพพ มาตรา ๑๗๕๔วรรคท้าย เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วย ปวพ มาตรา ๑๔๒วรรคแรก เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีงามของประชาชน ศาลฏีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองแม้ไม่มีผู้ใดกล่าวอ้าง ปวพ มาตรา ๑๔๒(๕) เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตายทรัพย์มรดกตกทอดแก่ทายาทได้แก่ภรรยาและบุตรทั้งเจ็ด โดยภรรยามีสิทธิ์ได้รับมรดกเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตรตาม ปพพ มาตรา ๑๖๓๕(๑) ภรรยารับโอนที่พิพาทแทนทายาทและยกที่ดินให้จำเลยทั้งสองถือกกรมสิทธิ์ในที่พิพาทแทนโจทก์ที่ ๑ ที่เป็นทายาทคนหนึ่งด้วย จำเลยทั้งสองเป็นผู้รับโอนย่อ...

“ข่มขืนแล้วสมรส”

๑.ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี ถ้าเป็นการกระทำที่ชายกระทำแก่เด็กหญิงอายุกว่า ๑๓ ปีแต่ไม่เกิน ๑๕ ปี โดยหญิงยินยอม และภายหลังศาลอนุญาตให้ชายและหญิงนั้นสมรสกัน ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษตาม ปอ มาตรา ๒๗๗วรรคแรก(เดิม)และวรรคท้าย(เดิม) มีความหมายว่า ในกรณีที่ชายหญิงอายุไม่เกิน ๑๗ ปีบริบรูณ์ยังไม่อาจที่จะสมรสกันได้ หากจะสมรสต้องมีคำสั่งศาลอนุญาตให้ทำการสมรสได้ตาม ปพพ มาตรา ๑๔๔๘ หรือกรณีที่ชายหรือเด็กหญิงเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามและมีภูมิลำเนาในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลาและสตูลทำการสมรสถูกต้องตามหลักกฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวมรดก ซึ่งมีพรบ.ให้ใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลาและสตูล พ.ศ. ๒๔๙๘ อันเป็นกฎหมายพิเศษใช้บังคับแก่ผู้นับถือกฎหมายอิสลามในส่วนที่เกี่ยวกับครอบครัวมรดกเฉพาะในเขต ๔ จังหวัดดังกล่าวแทนบทบัญญัติแห่ง ปพพ บรรพ ๕ บรรพ ๖ จึงมีผลให้ผู้กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ จำเลยกับผู้เสียหายที่ ๒นับถือศาสนาอิสลามมีภูมิลำเนาในจังหวัดสตูลทำการสมรสโดยถูกต้องตามกฎหมายอิสลาม จึงไม่ต้องรับโทษตาม ปอ มาตรา ๒๗๗วรรคแรก(เดิม) แม้จำเลยไม่ฏีกาแต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร...

“ข้าวนอกนา บุตรนอกกฎหมาย”

๑.บุตรที่เกิดระหว่างบิดามารดาอยู่กินด้วยกันฉันท์สามีภรรยาและจดทะเบียนสมรสกันแล้ว จนกระทั้งบิดาถึงแก่กรรม จึงมีคำพิพากษาของศาลชี้ขาดว่า การจดทะเบียนสมรสระหว่างบิดามารดาไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะขณะนั้นบิดายังมีภรรยาเดิมอยู่ไม่ได้หย่าขาดจากกัน ต้องถือว่าบุตรเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดามารดาตลอดมา มีสิทธิ์รับมรดกบิดา คำพิพากษาฏีกา ๑๕๘๐/๒๔๙๔ ๒. ผู้ร้องเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว ถือเป็นผู้สืบสันดานเหมือนบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิ์รับมรดกของผู้ตายในลำดับที่ ๑ ของ ปพพ มาตรา ๑๖๒๙(๑) หาจำต้องฟ้องคดีขอให้รับเป็นบุตรหรือต้องมีคำส่างศาลว่า เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายเสียก่อนไม่ ผู้คัดค้านเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาของผู้ตาย ไม่ใช่เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่ร้องขอตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก หรือร่วมกับผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ ตาม ปวพ มาตรา ๑๖๑กำหนดให้ศาลต้องสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมไม่ว่าคู่ความจะมีคำขอหรือไม่ เมื่อศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งและศาลอุทธรณ์ก็ไมได้แก้ไข เป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฏีกาแก้ไขได้ คำพิพากษาฏีกาที่ ๖๗๗/๒๕๓๗ ๓.ชายอยู่กินกับหญิง แสดงความสัมพันธ...

โกงค่าเช่าบ้าน

ใบเสร็จรับเงินค่าเช่าเป็นหลักฐานแห่งการระงับซึ่งสิทธิของผู้ให้เช่า จึงเป็นเอกสารสิทธิ จำเลยนำใบเสร็จค่าเช่าบ้านที่จำเลยปลอมขึ้น และเป็นเอกสารเท็จยื่นประกอบแบบใบขอเบิกค่าเช่าบ้านเพื่อเบิกค่าเช่าบ้าน และจำเลยได้รับค่าเช่าบ้านจากคลังจังหวัดชุมพรไป กากรกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จเพื่อให้เจ้าหน้าที่สนง.ตรวจเงินแผ่นดินเขตและเจ้าหน้าที่สำนักคลังจังหวัด ช. หลงเชื่อว่าจำเลยได้เช่าบ้านตามใบเสร็จรับเงินดังกล่าวจริงและโดยการหลอกลวงดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่สนง.ตรวจเงินแผ่นดินเขตและเจ้าหน้าที่สนง.คลังจังหวัด ช. หลงเชื่อว่าจำเลยได้เช่าบ้านตามใบเสร็จรับเงินดังกล่าวจริง และโดยการหลอกลวงดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจเงินแผ่นดินเขตและเจ้าหน้าที่สนง.คลังจังหวัด ช. หลงเชื่อ ทำให้จำเลยจำเลยได้รับเงินค่าเช่าบ้านตามที่จำเลยขอเบิกจ่ายไปจากเจ้าหน้าที่สนง.คลังจังหวัดช. อันน่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ช. เจ้าหน้าที่คลังจังหวัด ช. กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงเป้นความผิดฐานฉ้อโกงและใช้เอกสารสิทธิ์ปลอมตาม ปอ มาตรา ๓๔๑,๒๖๘ เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รับเอกสารและกร...

“ยึดอายัดไม่ได้ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี”

๑.ตายในระหว่างรับราชการ ทางราชการจ่ายช่วยเงินช่วยพิเศษให้ ๓ เท่าของอัตราเงินเดือน เงินช่วยพิเศษนี้ไม่ใช่เงินเดือนของข้าราชการและไม่ใช่เงินมรดกของผู้ตาย จึงไม่อยู่ในความรับผิดในหนี้สินของข้าราชการผู้ตาย คำพิพากษาฏีกา ๑๙๓๕/๒๕๑๕ ๒.สัญญาประนีประนอมยอมความในศาล ซึ่งพิพากษาให้แบ่งเบี้ยหวัดของพลทหารประจำการแก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง ศาลบังคับยึดเงินนั้นไม่ได้ตาม ปวพ มาตรา ๒๘๖(๒) คำพิพากษาฏีกา ๒๔๐๔/๒๕๑๘ ๓.เช่าที่ดินปลูกสร้างอู่ซ่อมรถ มีข้อสัญญาว่า ผู้เช่าจะรักษาที่เช่าทุกส่วนให้เรียบร้อยจนกว่าผู้เช่าจะออกจากที่เช่าหรือหมดอายุสัญญาเช่าหรือสัญญาเช่าเลิกกันเพราะผิดสัญญา ผู้เช่าจะรื้อถอนอู่ซ่อมรถที่สร้างไม่ได้ ต้องตกเป็นของผู้ให้เช่าโดยไม่เรียกร้องค่าอะไรจากผู้ให้เช่า สัญญาเช่านี้เป็นสิทธิ์เฉพาะตัวของผู้เช่าและบริวารเท่านั้นที่มีสิทธิ์ จะให้ผู้อื่นเช่าช่วงหรือให้ผู้อื่นเข้าอยู่แทนไม่ได้ เมื่ออู่ซ่อมรถนี้ถูกเจ้าหนี้ของผู้เช่ายึดทรัพย์บังคับตามคำพิพากษา ก็เป็นอันว่าผู้เช่าต้องออกจากทรัพย์ที่เช่านี้โดยปริยายตามอำนาจของการยึด อู่ซ่อมรถจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าคือเจ้าของที่ดินตามสัญญา คดีตกในบังคับ ปว...

“อย่าคิดว่าเป็นบิดามารดาแล้วทำได้ทุกอย่าง”

๑การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ของผู้เยาว์ซึ่งผู้ใช้อำนาจปกครองจะกระทำไม่ได้เว้นศาลอนุญาต เป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายที่จะคุ้มครองทรัพย์สินและกิจการบางอย่างที่สำคัญของผู้เยาว์ เมื่อศาลไต่สวนแล้วเห็นว่าเป็นการสมควรก็จะอนุญาต ผู้แทนโดยชอบธรรมจึงอาศัยคำอนุญาตของศาลไปทำนิติกรรมได้ เมื่อผู้แทนโดยชอบธรรมต้องห้ามตามกฎหมายไม่ให้ทำนิติกรรมซื้อขายที่ดิน รวมถึงนิติกรรมจะขายที่ดินของผู้เยาว์โดยลำพังแล้ว จะถือว่าการที่ผู้เยาว์ทำนิติกรรมพร้อมผู้แทนโดยชอบธรรมมีผลว่า ผู้แทนโดยชอบธรรมอนุญาตให้ทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากศาลก่อน เท่ากับ เป็นการหลีกเลี่ยงไม่ต้องมาขออนุญาต เป็นการผิดเจตนารมณ์กฎหมาย สัญญาจะซื้อจะขายที่ได้กระทำในขณะยังเป็นผู้เยาว์ แม้บิดาที่เป็นผุ้ใช้อำนาจปกครองจะทำสัญญาในฉบับเดียวกันก็ตาม สัญญาจะซื้อขายที่พิพาทดังกล่าวไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นผู้เยาว์ กรณีไม่ใช่โมฆียกรรม แม้ภายหลังจำเลยที่ ๓ จะบรรลุนิติภาวะโดยการสมรสก็ไม่อาจให้สัตยาบันได้ แม้จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นผู้เยาว์จะเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกับจำเลยที่ ๒ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายให้โจทก์ในสัญญาฉบับเดียวกัน แต่ผู้เยาว์ซึ่งเป็นจำเลยที่ ๓และจำเลยที่ ๒ ...