บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก พฤษภาคม, 2017

“ขอให้รับเป็นบุตร”

๑.ผู้รับบุตรบุญธรรมยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้ง บ. บุตรเขยเป็นผู้ปกครองบุตรบุญธรรมซึ่งเป็นผู้เยาว์ เมื่อผู้ร้องไม่ใช่ญาติหรือพนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง เมื่อผู้รับบุตรบุญธรรมยังไม่ได้จดทะเบียนเลิกรับบุตรบุญธรรมหรือถูกถอนอำนาจปกครอง ทั้งมารดาผู้เยาว์ยังมีแฟนอยู่แม้ไม่ทราบที่อยู่ ไม่อาจติดต่อได้ ก็ไม่ใช่กรณีที่จะจัดให้มีผู้ปกครองผู้เยาว์ตาม ปพพ มาตรา ๑๕๕๕(น่าจะเป็นมาตรา ๑๕๘๕มากกว่า) เมื่อไม่อาจตั้งผู้ปกครองได้ การตั้งผู้ปกครองหลายคนตาม ปพพ มาตรา ๑๕๕๙(น่าจะเป็นมาตรา ๑๕๙๐ มากกว่า) จึงไม่อาจทำได้ บ.ยังไม่ได้รับความยินยอมจากมารดาผู้เยาว์ย่อมรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมไม่ได้ คำพิพากษาฏีกา ๘๗๕/๒๕๑๘ ๒. การยื่นคำร้องขอเป็นคำฟ้อง ผู้ร้องบรรลุนิติภาวะเมื่อ ๒๖ พ.ย.๒๕๔๕ แต่มายื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ บ.เมื่อ ๑๖ มกราคม ๒๕๔๙ เกิน ๑ ปี นับแต่วันบรรลุนิติภาวะต้องห้ามตาม ปพพ มาตรา ๑๕๕๖ จึงไม่มีอำนาจฟ้อง(ยื่นคำร้องขอ) ปัญหาว่าผู้ร้องเป็นบุตรของ ป. หรือไม่ ไม่จำต้องวินิจฉัย หากผู้ร้องเห็นว่าเป็นการโต้แย้งสิทธ์ของผู้ร้องในการรับมรดกของ ป. อย่างไร ผู้ร้องชอบไปใช้สิทธิ์ทางศาลอย่างค...

“ซื้อที่ไม่ได้สิทธิ” กับ “ ซื้อที่มีสิทธิ”

๑.ซื้อที่วัดที่ธรณีสงฆ์โดยสุจริตจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล ผู้ซื้อไม่ได้กรรมสิทธิ์ คำพิพากษาฏีกา ๘๕๑/๒๔๙๙ ๒.ซื้อที่พิพาทโดยสุจริตจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล เมื่อเป็นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินโอนแก่กันไม่ได้ จึงไม่ได้สิทธิ์ คำพิพากษาฏีกา ๒๖๒๒/๒๕๒๒ ๓.พรบ.เช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมฯ บัญญัติว่า เช่านาไม่ระงับเพราะเหตุโอนกรรมสิทธิ์ในที่นาที่เช่า โจทก์รับโอนที่พิพาทมาโดยการซื้อจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติว่าไม่ต้องรับภาระผูกพันธ์ที่มีเหนือทรัพย์นั้น โจทก์ต้องรับไปทั้งสิทธิ์หน้าที่ของผู้โอนคือเจ้าของเดิมที่มีต่อจำเลยที่เป็นผู้เช่า โจทก์ไม่มีสิทธิ์ฟ้องขับไล่จำเลย คำพิพากษาฏีกา ๗๒๗๕/๒๕๓๔ ๔.เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินมีโฉนดของโจทก์มาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ในคดีที่โจทก์ร่วม(สามีโจทก์)ถูกฟ้องเรียกหนี้เงินกู้ แม้เจ้าพนักงานบังคับคดีจะยึดอย่างที่ดินมือเปล่า โดยนำ สค ๑ สำหรับที่ดินแปลงอื่นของโจทก์ร่วมมา และประกาศขายทอดตลาดว่าเป็นที่ดินมี สค ๑ โดยระบุเลข เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีกระทำโดยสุจริต จำเลยซื้อที่ดินตามคำสั่งศาลโดยสุจริตย่อมได้สิ...

“ทางจำเป็น”

๑.ที่ดินจดคลองตื้นเขินประชาชนไม่สามารถใช้เป็นทางสัญจรได้มานานแล้ว ทางอื่นออกไม่ได้ จึงใช้ทางจำเป็นผ่านที่ดินที่ล้อม คำพิพากษาฏีกา ๒๐๗๓/๒๕๒๐ ๒.ที่ดินที่ถูกล้อมชอบที่จะเปิดทางผ่านที่ดินที่ล้อมไปสู่ทางสาธารณะโดยเลือกเอาทางที่จะก่อความเสียหายน้อยที่สุดแก่ที่ดินที่ถูกล้อม คำพิพากษาฏีกา ๒๙๓๙/๒๕๑๙ ๓.ทางจำเป็นต้องเลือกทำพอสมควรแก่ความจำเป็นของผู้มีสิทธิ์ผ่าน โดยสียหายน้อยที่สุดแก่ที่ดินที่ล้อม เปิดทาง ๕ เมตรเหมาะสมแล้ว จะนำประกาศคณะปฏิวัติฉบับ ๒๘๖ให้เปิดทางกว้าง ๘ เมตรไม่ได้ คำพิพากษาฏีกา ๑๓๗๐/๒๕๒๐ ๔.ที่ดินโจทก์ถูกที่ดินของจำเลยทั้งสองและของผู้มีชื่อปิดล้อมไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ แม้ทางตะวันออกจะติดลำรางสาธารณะแต่สภาพปัจจุบันตื้นเขินไม่สามารถใช้สัญจรมาได้ ๑๐ ปี ถือไม่ได้ที่ดินโจทก์ติดทางสาธารณะ เมื่อวัดจากที่ดินของโจทก์ผ่านที่ดินจำเลยทั้งสองออกสู่ทางสาธารณะ เป็นระยะใกล้ที่สุด โจทก์ย่อมใช้สิทธิ์ทางจำเป็นเหนือที่ดินจำเลยทั้งสอง คำพิพากษาฏีกา ๘๓๗/๒๕๓๘ ๕.ตามปพพ มาตรา ๑๓๔๙วรรคแรกไม่ได้บัญญัติว่าทางจำเป็นต้องเชื่อมกับทางสาธารณะโดยตรง ความมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดคือให้ที่ดินที่ถูกล้อมอยู่นั้นมีทาง...