บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก เมษายน, 2017

“ถนนในหมู่บ้านที่ยังไม่ได้ยกเป็นทางสาธารณะ”

ราษฏรในหมู่บ้านฟอร์จูนร้องขอให้เทศบาลปู่เจ้าสมิงพรายเข้าดำเนินการปรับปรุงพัฒนาถนนและสาธารณูปโภคภายในหมู่บ้านฟอร์จูน เทศบาลอ้างว่าไม่สามารถเข้าดำเนินการตามที่ร้องขอได้ เนื่องจากถนนในหมู่บ้านดังกล่าวอยู่ในที่ดินซึ่งมีชื่อเอกชนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์โดยไม่ปรากฏว่ามีการอุทิศให้เป็นถนนสาธารณะหรือได้โอนที่ดินซึ่งเป็นถนนหมู่บ้านให้แก่ทางราชการแต่อย่างใด เทศบาลได้ติดต่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อให้ขอโอนที่ดินซึ่งเป็นถนนภายในหมู่บ้านให้เป็นถนนสาธารณะประโยชน์ แต่เจ้าของที่ดินยังไม่ได้ดำเนินการโดนให้เป็นถนนสาธารณะและเจ้าของที่ดินบางรายไม่สามารถติดต่อได้ เทศบาลฯเห็นว่าตามกฎหมายแล้วสาธารณูปโภคซึ่งผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต เช่น ถนน สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินหรือผู้รับโอนสิทธิ์คนต่อไปที่จะบำรุงรักษากิจการดังกล่าวให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นโดยตลอดไป เว้นแต่จะอุทิศทรัพย์ดังกล่าวให้เป็นสาธารณะประโยชน์ หรือโอนให้แก่ทางราชการก่อน ทางเทศบาลฯจึงจะเข้าไปพัฒนาได้ อนึ่งถนนดังกล่าวเปิดให้ประชาชนทั่วไปสัญจรไปตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓...

“ฟ้องต้องนำไปยื่นเอง”

๑.อัยการมอบฟ้องให้เจ้าหน้าที่สนง.อัยการมายื่นต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นประกาศเรียกโจทก์และให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์แจ้งให้โจทก์มาศาลเพื่อสอบถาม แต่โจทก์ไม่มา เมื่อไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นนัดโจทก์มาศาลเพื่อสอบถามเป็นเรื่องอะไรถือไม่ได้ว่าโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัด ศาลจะยกฟ้องเพราะเหตุนี้ตาม ปวอ มาตรา ๑๖๖,๑๘๑ ไมได้ โจทก์มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของโจทก์มายื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นโดยไม่มีใบมอบฉันทะตาม ปวพ มาตรา ๖๔ ปวอ มาตรา ๑๕ การยื่นฟ้องจึงไม่ชอบด้วยกฏหมาย ศาลชั้นต้นประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาไม่ได้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้องจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ปัญหานี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกมา ศาลฏีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตาม ปวพ มาตรา ๒๗ ปวอ มาตรา ๑๕ พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง และยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งประทับฟ้องเป็นไม่รับฟ้อง คำพิพากษาฏีกา๑๓๓๑/๒๕๔๒ ๒.คำร้องของผู้เสียหายที่ขอเพิกถอนกระบวนพิจารณา ประกอบคำแถลงของโจทก์ รับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๑ กค ๒๕๕๘ เวลา ๑๐.๓๙ นาฬิกา โจทก์มอบคำฟ้องให้เจ้าหน้าที่มายื่นต่อศาล โดยจำเลยมาศาล แต่โจทก์ไม่ได้มาศาล เมื...

“บังคับคดี”

๑.พิพากษาโจทก์ได้ภาระจำยอมโดยอายุความ ไม่ใช่พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ จึงไม่ต้องออกคำบังคับ จำเลยไม่มีหน้าที่อย่างใดทางนิติกรรมที่ต้องไปจดทะเบียนให้โจทก์ การที่ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนภาระจำยอมจึงไม่ถูกต้อง ศาลฏีกาพิพากษาเพิกถอนคำบังคับ คำพิพากษาฏีกา ๗๓๒๖/๒๕๓๙ ๒.ทำสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งมรดกกัน ให้มรดกส่วนหนึ่งตกแก่บุคคลภายนอกโดยโจทก์ไม่ขอยุ่งเกี่ยว โจทก์จำเลยไม่ต้องการมรดกส่วนนั้น เมื่อศาลพิพากษาตามยอมและโจทก์ได้รับส่วนแบ่งของโจทก์แล้ว การบังคับคดีเพื่อประโยชน์ของโจทก์เป็นอันเสร็จสิ้น โจทก์ไม่มีส่วนได้เสียที่จะขอบังคับจำเลยให้แบ่งมรดกแก่บุคคลภายนอก คำพิพากษาฏีกา ๙๐๙/๒๕๑๑ ๓.ศาลพิพากษาให้โจทก์มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ๑๐๐ ส่วน ใน ๗๘๐ ส่วนของเนื้อที่ทั้งหมดตามโฉนด เจ้าของที่ดินจดทะเบียนสิทธิ์เสร็จเรียบร้อยตามคำพิพากษาแล้ว การบังคับคดีจึงสิ้นสุดลง การที่โจทก์จำเลยตกลงแบ่งที่ดินกัน แต่ตกลงแนวเขตในการวัดไม่ได้ เป็นเรื่องนอกเหนือคำพิพากษา ไม่อาจนำมาพิจารณาและบังคับคดีนี้ได้ คำพิพากษาฏีกา ๓๙๗/๒๕๒๔ ๔.เมื่อโจทก์ขอให้ออกคำบังคับให้จำเลยชำระหนี้ครบถ้วนตามคำพิพากษาแล้ว จำเลยได...

“ไอ้ควาย ไอ้เหี้ยมึงแน่จริงถอดเครื่องแบบมาชกกันตัวต่อตัว”

ร.ต.ต. ส. รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลบางกอกใหญ่ มีอำนาจหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำผิดอาญา การที่ร.ต.ต. ส. ได้รับแจ้งเหตุว่า มีกลุ่มนักเรียนจับกลุ่มกันบริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ ๑๕ เกรงว่าจะมีการก่อเหตุร้ายก่อการวิวาท จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังที่เกิดเหตุ แนะนำให้นักเรียนดังกล่าวกลับบ้าน เป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการในการป้องกันปราบปรามผู้กระทำความผิดทางอาญา การที่ผู้ต้องหาพูดต่อ ร.ต.ต. ส.ด้วยถ้อยคำว่า “ ไอ้ควาย ไอ้เหี้ย มึงแน่จริง ถอดเครื่องแบบมาต่อยกับกูตัวต่อตัว ไม่ใช่ลูกผู้ชายนี้หว่า” เป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งแต่งเครื่องแบบในขณะนั้นและกำลังปฏิบัติหน้าที่ราชการแล้ว เป็นการดูถูก สบประมาท เหยียดหยาม เจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่แล้ว ชี้ขาดความเห็นแย้ง ๖๘๙/๒๕๔๙ ข้อสังเกต ๑. คำว่า “ ไอ้ควาย” เป็นการเปรียบเทียบว่า ร.ต.ต. ส.ว่าเป็นควาย ซึ่งคนทั่วไปเข้าใจว่า โง่ มีแต่กำลังกาย ไม่ใช้สมองในการทำงาน เป็นถ้อยคำดูหมิ่น ๒.คำว่า “ ไอ้เหี้ย” นั้น เหี้ยเป็นสัตว์เลื่อยคลานประเภทหนึ่งสกุลเดียวกับตะกวด ตัวอ้วนใหญ่สีน้ำตาลเข็ม มีลายดอกสีเหลืองฟา...

"8 ข้อคิด"

1. แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝน ต่อให้ฝนตกกระหน่ำทั้งคืนก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำ คนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้ ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืนก็ยังคงโง่เท่าเดิม 2. คนที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ตกเป็นทาสของความโกรธ ต่อให้นอนบนเตียงราคาแพงลิบลิ่ว ปูด้วยพรมขนสัตว์ที่มีลวดลายบุปผชาติประดับไปทั้งผืน ก็ไม่อาจทำให้หลับตาลงอย่างเป็นสุขได้เลยตลอดรัตติกาลอันยาวนาน 3. อยู่คนเดียวจงระวังความคิด อยู่กับมิตรจงระวังวาจา อยู่กับมารดาบิดาจงระวังการปฏิบัติตน ถ้าคิดไม่ระวังจะกลายเป็นคิดฟุ้งซ่าน ถ้าพูดไม่ระวังมิตรจะเข้าใจผิด ถ้าปฏิบัติไม่ดีต่อมารดาบิดาจะเป็นการสร้างบาปให้ตนเอง 4. อย่าแค่สอนให้ลูกอยาก "รวย" แต่สอนให้เข้าใจ "ความสุข" เพราะเมื่อลูกคุณโตขึ้น เขาจะได้รู้ "คุณค่า" ของสิ่งของ ไม่ใช่รู้แค่ "ราคา" ของมันเท่านั้น 5. ผู้คนคิดว่าการอยู่คนเดียวทำให้เราเหงา แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่หรอก การถูกห้อมล้อมไปด้วยคนที่ไม่ใช่ต่างหาก คือสิ่งที่เหงาที่สุดในโลก 6. สมองคนเรามีพื้นที่จำกัด โปรดใช้จำแต่สิ่งดี! 7. คนฉลาด ไม่ได้คบคนที่สวยที่สุดในโลก แต่…คบคนที่คบแล้ว โลกสวยที่สุด 8. เก็บปา...

“กรรมเดียว”

๑.เข้าไปในห้องมีทรัพย์หลายคนเป็นเจ้าของแล้วลักไปในคราวเดียวกัน คำพิพากษาฏีกา ๑๑๐๔/๒๕๐๔ ๒.ขับรถฝ่าไฟแดงไปชนคน เป็นกรรมเดียว คำพิพากษาฏีกา ๒๔๘๕/๒๕๒๙ ๓.เขียนบทความหมิ่นประมาทคนหลายคนในหนังสือพิมพ์ เป็นการกระทำต่อบุคคลหลายคนในคราวเดียวกัน เป็นกรรมเดียว คำพิพากษาฏีกา ๑๘๕๓/๒๕๓๐, ๔.มีอาหารปลอมหรืออาหารที่ไม่ได้มาตรฐานเพื่อจำหน่ายโดยสินค้านั้นมีเครื่องหมายการค้าปลอมติดอยู่ มีวัตถุประสงค์เพื่อจำหน่ายอาหารปลอม เป็นกรรมเดียว คำพิพากษาฏีกา ๓๐๙๑/๒๕๕๓ ๕.ร่วมกันบุกรุก ถือครอง ก่นสร้างแผ้วถางป่าสงวนและร่วมทำไม้ เป็นการกระทำคราวเดียวกัน เป็นกรรมเดียว คำพิพากษาฏีกา ๗๑๓๕/๒๕๕๓ ๖.ปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถและคู่มือจดทะเบียนรถ แม้เป็นการปลอมเอกสารราชการต่างประเภทกันที่มีลักษณะการปลอมที่แตกต่างกัน แต่ก็ได้ติดป้ายต่างๆไว้ในรถคันเดียวกันเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานในคราวเดียวกัน มีเจตนาให้เจ้าพนักงานตรวจเอกสารเข้าใจว่าเป็นรถที่จดทะเบียนและเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย คำพิพากษาฏีกา ๑๑๗๓/๒๕๕๓ ๗.ด่าพร้อมขู่ว่าจะใช้ปืนยิง กระทำในคราวเดียวกันโดยมีเจตนาดูหมิ่นและทำให้ผู้เสียหายเกิดความตกใจกลัว เป็น...

“เริ่มนับอายุความ”

๑.ความผิดฐานมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดต่อเนื่องตลอดมาจนถึงวันที่ถูกจับกุม คำพิพากษาฏีกา๑๓๘/๒๕๐๗ ๒.ปลูกสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดเกิดขึ้นนับแต่วันที่ปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อเนื่องไปถึงวันที่ปลูกสร้างอาคารเสร็จ อายุความเริ่มนับแต่วันที่ปลูกสร้างอาคารเสร็จ หาใช่ต่อเนื่องกันตลอดเวลาที่ผู้กระทำยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ คำพิพากษาฏีกา๑๖๕๔/๒๕๑๒ ๓.เข้าในราชอาณาจักรโดยใช้หนังสือเดินทางคนอื่น แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า ตนมีชื่อในหนังสือเดินทางนั้น ความผิดฐานแจ้งความเท็จเกิดตั้งแต่วันที่ทำการแจ้งความเท็จ ไม่ใช่วันที่เจ้าพนักงานรู้ว่าเป็นการกระทำความผิด ส่วนการอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดต่อเนื่องตลอดมา คำพิพากษาฏีกา ๘๐๘/๒๕๒๐ ๔.ความผิดฐานบุกรุกเข้าไปปลูกเรือนในที่ดินคนอื่นความผิดเกิดเมื่อเข้าไปปลูกเรือนในที่คนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต หาใช่เป็นความผิดตลอดเวลาที่อยู่ในเรือนที่ปลูก หรือตลอดเวลาที่เรือนยังปลูกอยู่ คำพิพากษาฏีกา๔๕๓/๒๕๒๒,๒๒๕๓/๒๕๓๑ ๕.คนต่างด้าวไม่มีบัตรประจำตัวคนต่างด้าว เป็นความผิดสำเร...