บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก 2017

หมิ่นประมาท

"เลียแข้งเลียขาเจ้านายอย่างนี้มึงได้เท่าไหร่.........ผู้หญิงสองหน้า" ผู้ต้องหาขอเข้าพบผู้บริหารของบริษัท แต่ผู้เสียหายบอกให้รอก่อน เมื่อผู้เสียหายมาที่ล็อบบี้ชั้นล ่างผู้ต้องหาได้พูดว่าผู้เสียหายต่อหน้านางสาว น.แม่บ้านและนาย ส.พนักงานรักษาความปลอดภัยว่า " ทีหลังไม่ต้องมายุ่งเรื่องของเจ้านาย เขาจะคุยกับฉัน จะคุยกับเจ้านายอย่ามาเสือกยุ่ง เป็นแค่เสมียนทำงานกินเงินเดือนให้มากนัก เลียแข้งเลียขาเจ้านายเก่งอย่างนี้ มึงได้เท่าไหร่ ได้อย่างนี้ไม่คุ้มเสียหรอก น้ำหน้าอย่างมึง ชาตินี้เป็นได้แค่ลูกจ้างเขาไปตลอดชีวิต เชล์ที่นี้ขายของโกหก หลอกลวง เป็นพวกหน้าเงิน เห็นแก่ค่าคอมมิชชั่น เป็นผู้หญิงสองหน้า" นอกจากเป็นถ้อยคำดูหมิ่นแล้ว ยังเป็นการใส่ความผู้เสียหายทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง ถือว่ามีเจตนาใส่ความผู้เสียหายต่อ นางสาว น. และนาย ส. ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม ชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาฐานหมิ่นประมาทอีกบทหนึ่ง ชี้ขาดความเห็นแย้ง ๔๔๖/๒๕๕๑ ข้อสังเกต ๑. คำว่า "เลียแข้งเลียขา" ส่อความหมายไปในทางว่าผู้เสียหายประจบส่อพลอเจ้านาย เพื่อหวังความก้าวหน้าในการทำงาน ๒.คำ...

กรณีที่ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาไม่ได้

๑.ขอให้รื้อถอนรั่วที่กีดขวาง ไม่ใช่การทำนิติกรรม จึงขอถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาไม่ได้ คำพิพากษาฏีกา ๓๖๒/๒๕๔๖ ๒. ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาในการบังคับชำระหนี้จากบัญชีเงินฝากไม่ได้ เพราะไม่ใช่การทำนิติกรรม คำพิพากษาฏีกา ๖๘๙๖/๒๕๔๘ ๓.บังคับให้ส่งมอบโฉนด ไม่ใช่การทำนิติกรรม เอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาไม่ได้ คำพิพากษาฏีกา ๔๙๒๐/๒๕๔๗ ๔.บังคับให้ออกโฉนด ให้เอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาไม่ได้ คำพิพากษาฏีกา ๔๓๐/๒๕๔๗ ๕.ขอให้คืนของที่หายไปเพราะถูกลักไปแล้วมีคนรับซื้อไว้โดยไม่ใช่การซื้อในท่้องตลาดที่ต้องคืนให้เจ้าของ หนี้ที่จะขอให้คืนของที่หายไป ไม่ใช่การทำนิติกรรม เอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาไม่ได้ คำพิพากษาฏีกา ๓๑๑๐/๒๕๓๙ ๖.ผู้มีส่วนได้เสียสามารถนำคำพิพากษาให้หย่ามาให้นายทะเบียนบันทึกการหย่าในทะเบียนโดยคู่สมรสไม่ต้องไปแสดงเจตนาตาม พรบ.จดทะเบียนครอบครัว จึงไม่ต้องให้เอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา คำพิพากษาฏีกา๓๖๐๘/๒๕๓๑,๓๒๓๒/๒๕๓๓ ๗.การโอนสิทธิ์การเช่าจะกระทำได้เมื่อผู้ให้เช่ายินยอม จะเอาคำพิพากษาบังัคับให้ผู้ให้เช่ายอมให้โจทก์เช่าห้องพิพาทไม่ได้ ต้องพิพากษาให้จำเลยแสดงเตนาต่อผู้ให้เช่ายอมโอน...

“ลักลอบขุดดิน”

โจทก์เป็นหน่วยราชการที่..........ว่าจ้างจำเลยทำการก่อสร้างและปรับปรุงสถานที่ ต่อมาเมื่อจำเลยปรับปรุงสถานที่แล้วได้ส่งมอบงานให้โจทก์ โจทก์ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว มีการร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีว่าในระหว่างที่จำเลยทำการปรับปรุงพื้นที่นั้น จำเลยได้ลักลอบขุดดินในที่ราชพัสดุของ......... จึงมีการตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบพบว่ามีบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่บริเวณ..........พบว่ามีดินถูกขุดไป ๑๙,๕๗๐ ลบเมตรเชื่อว่าจำเลยเป็นคนขุดดินไปจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วเชื่อว่าจำเลยกับพวกร่วมกันพวกที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและบุคคลอื่นร่วมกันกระทำความผิด เป็นความผิดลักทรัพย์ในสถานที่ราชการซึ่งมีอายุความ ๑๐ ปี แต่ยังไม่ได้มีการฟ้องร้องจำเลย ในทางแพ่งจำเลยต้องส่งดินคืนแก่โจทก์ หากส่งคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาโดยขอคิดดอกเบี้ยร้อยละ๗.๕ ต่อปีนับแต่วันทำละเมิด(๕มิถุนายน ๒๕๔๐) จำเลยต่อสู้ว่า เจ้าหน้าที่โจทก์รายงานว่าจำเลยลักลอบขุดดินตั้งแต่ ๑๑ ส.ค. ๒๕๔๘ โจทก์รู้ถึงการกระทำละเมิดและรู้ตัวผู้ทำละเมิดอันจะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อวันที่ ๑๖ สค ๒๕๔๘ ต่อมาวันที่ ๒๓ สค ๒๕๔๘โจทก์ได้มอบหมายให้ อธิบดีกรม.....ฟ้องค...

“พรากเพราะรัก หรืออายุเป็นเหตุ”

๑. ความผิดฐานพรากผู้เยาว์มุ่งคุ้มครองอำนาจปกครองของบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลมิใช่ตัวผู้เยาว์ผู้ถูกพราก ทั้งนี้เพื่อมิให้ผู้ใดมาก่อการรบกวนหรือกระทำการใดๆอันเป็นผลกระทบกระทั้งต่ออำนาจปกครองไม่ว่าโดยตรงหรือโดยปริยาย ไม่ว่าผู้เยาว์จะไปอยู่ที่แห่งใด หากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลยังเอาใจใส่ ผู้เยาว์ย่อมอยู่ในอำนาจปกครองดูแลของบิดามารดา หรือผู้ดูแลตลอดเวลา กฎหมายไม ได้จำกัดว่า พรากโดยวิธีการอย่างใดและไม่ว่าผู้เยาว์จะเป็นฝ่ายออกจากบ้านไปเองโดยมีผู้ชักนำหรือไม่มีผู้ชักนำก็ตาม ก็เป็นความผิดทั้งสิ้น การที่ผู้เยาว์ไปหาจำเลยที่บ้าน ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายนัดหมายชักชวนกันก่อนแล้วจำเลยร่วมประเวณีกับผู้เยาว์โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือยินยอมจากบิดามารดาของผู้เยาว์ย่อมทำให้อำนาจปกครองดูแลบุตรผู้เยาว์ถูกพรากไปโดยปริยาย การที่ผู้เยาว์โทรศัพท์หาจำเลยว่า จะหนีออกจากบ้านไปพัทยาและนัดพบจำเลย เมื่อพบกันจำเลยไม่ยอมให้ผู้เยาว์ไปตามลำพังแต่จำเลยขอไปด้วย โดยเปิดห้องพักอยู่ด้วยกัน ๒ คืน ผู้เยาว์เป็นผู้ชำระห้องพักและค่าใช้จ่าย ทึ้งผู้เยาว์ยังให้เงินจำเลยเป็นค่าใช้จ่ายในการหลบหนีด้วยก็ตาม แต่จำเลยได้ร่วมประเวณีกับผู้เ...

“ลักทรัพย์รับของโจร – คำพิพากษาเปลี่ยนแนว”

ฟ้องขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนหรือรับของโจร ศาลชั้นต้นอ่านและอธิบายฟ้องให้ฟังแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นต้องสอบถามให้ได้ความชัดว่ารับสารภาพฐานใดแล้วจึงพิพากษาลงโทษในข้อหาที่จำเลยรับสารภาพ การที่ศาลชั้นต้นไม่ได้สอบถามจำเลยให้ชัดเจนแต่กลับพิพากษาลงโทษฐานร่วมกันลักทรัพย์ฯโดยไม่ปรากฏชัดว่าจำเลยรับสารภาพในข้อหาดังกล่าว เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ คำพิพากษาฏีกา ๗๗๓๕/๒๕๕๗ ข้อสังเกต๑. กรณีที่ทรัพย์สินหายแต่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าคนร้ายคือใครแต่ไปพบของกลางอยู่ในความครอบครองของจำเลย จำเลยอาจเป็นคนร้ายที่ลักทรัพย์ผู้เสียหายไป หรืออาจไม่ใช่คนร้ายที่ลักทรัพย์ผู้เสียหาย แต่รู้ว่าทรัพย์นั้นเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก เจ้าพนักงานยักยอก แล้วช่วยซ่อนเร็น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือรับจำนำ หรือรับทรัพย์นั้นไว้ด้วยประการใดๆโดยรู้ว่าได้มาจากการกระทำความผิดทางอาญาฐานลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก เจ้าพนักงานยักยอก อันเป็นความ...

ตำรวจพายิ่งลักษณ์หนี

เทียบ คำพิพากษาฎีกาที่ 207/2517 โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ ระ หว่างวันที่ 25 สิงหาคม 2508 ถึงวันที่ 10 กันยายน2508 ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกัน จำเลยได้บังอาจช่วยนายทิม อยู่ดี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาว่าก ระ ทำผิดและถูกพนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรีฟ้องในข้อหาฆ่านายเจริญ มาลาวงษ์ ศาลจังหวัดจันทบุรีพิพากษายกฟ้อง ตามคดีหมายเลขแดงที่ 797/2513 โจทก์อุทธรณ์ ศาลจังหวัดจันทบุรีนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่นายทิมอยู่ดี จงใจหลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลจังหวัดจัน ทบุรีจึงออกหมายจับนายทิม อยู่ดี เพราะเป็นผู้ก ระ ทำผิดฐานหลบหนีไม่ไป ศาลฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยได้บังอาจช่วยนายทิม อยู่ดี โดยให้พำนักโดยซ่อนเร้นนายทิม อยู่ดี และเมื่อตำรวจติดตามจับกุมนายทิม อยู่ดี จำเลยก็ช่วยบอกให้นายทิม อยู่ดี ทราบล่วงหน้าเพื่อหลบหนีไม่ให้ถูกจับกุม และเพื่อไม่ให้นายทิม อยู่ดี ต้องโทษ เหตุเกิดที่ตำบลก ระ แจะ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ขอให้ลงโทษจำเลยตามป ระ มวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ศาลชั้นต้นสั่งว่า การก ระ ทำของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง ไม่เป็นความผิดตามป ระ มวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 เพราะการที่ศาลออกหมายจับ...

“ทำให้เกิดเพลิงไหม้”

๑จุดไฟเผาฟางข้าวในนาตัวเองโดยไม่ปรากฏว่ามีลักษณะน่าจะเป็นอันตรายต่อทรัพย์สินของผู้อื่นอันเป็นองค์ประกอบความผิดตาม ปอ มาตรา ๒๒๐อย่างไร เช่นขณะนั้นมีลมพัดแรงหรือโรงเรือนของผู้เสียหายอยู่ใกล้ชิดบริเวณที่จุดไฟซึ่งเป็นที่คาดเห็นได้ว่าเพลิงจะลามไปไหม้นาตลอดจนโรงเรือนข้างเคียงแน่นอน แต่จำเลยยังฝืนจุดไฟจนลุกลามไหม้ทรัพย์สินของผู้เสียหาย เมื่อระยะเวลาที่จำเลยจุดไฟจนถึงเวลาที่บ้านผู้เสียหายถูกเพลิงไหม้ห่างกันหลายชั่วโมง แสดงว่าไม่น่าจะเป็นอันตรายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่น แต่เป็นเพราะจำเลยประมาทไม่ควบคุมดูแลให้เพลิงลุกไหม้อยู่ภายในครอบเขตที่จำกัด การกระทำของจำเลยจึงเป็นเรื่องขาดความระมัดระวังจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่นตาม ปอ มาตรา ๒๒๕หาใช่เป็นการกระทำผิดตาม ปอ มาตรา ๒๒๐ไม่.คำพิพากษาฏีกา ๑๒๘๕/๒๕๒๙ ๒.จุดไฟเผากิ่งไม้แห้งในไร่ของจำเลย ไฟไหม้ลุกลามไปทรัพย์สินผู้เสียหาย ทั้งยังน่ากลัวจะไหม้โรงข้าวของผู้เสียหายอีกด้วย ผิดกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๘๗วรรคสอง ไฟที่จำเลยจุดเผาได้ไหม้ต้นมะพร้าวอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายตามข้อ (๕) แห่งมาตรา ๑๘๖ ต้องลงโทษตามมาตรา ๑๘๖ แต่ขณะนี้กฎหมายลักษ...

“ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตอน ๒ “

๑. จำเลยเป็นพนักงานสอบสวนและมีตำแหน่งเป็นสารวัตรปกครองป้องกัน เข้าไปในบ้านโจทก์เพื่อตามหาโจทก์เกี่ยวกับเรื่องที่จำเลยจับโจทก์ในข้อหามีอาวุธปืน โดย จ. คนเฝ้าบ้านโจทก์อนุญาตให้เข้าไป จำเลยเข้าไปในห้องนอนโจทก์ เมื่อไม่พบโจทก์ก็ออกมาทันที ยังไม่เป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุขตาม ปอ มาตรา ๓๖๒,๓๖๕ และไม่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ตาม ปอ มาตรา ๑๕๗ คำพิพากษาฏีกา ๓๙๖๒/๒๕๒๗ ๒. การดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันโดยไม่ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง กระทำการขนส่งอันมีลักษณะเช่นเดียวกับหรือคล้ายกับผู้ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางหรือมีลักษณะเป็นการแย่งผลประโยชน์กับผู้ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางในเส้นทางที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางได้รับอนุญาตตาม พรบ. การขนส่ง พ.ศ. ๒๕๒๒ นั้น รถยนต์ของกลางย่อมเป็นหลักฐานสำคัญแห่งองค์ความผิดที่จะกระทำให้ทราบข้อเท็จจริงตลอดจนพฤติการณ์ต่างๆอันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหาและเพื่อรู้ตัวผู้กระทำความผิดและพิสูจน์ให้เห็นความผิด พนักงานสอบสวนมีอำนาจที่จะยึดรถยนต์ไว้เป็นพยานหลักฐานประกอบคด...