บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก ธันวาคม, 2016

“ผู้ต้องหาอายุไม่เกิน ๑๘ ปี”

แม้ไม่ปรากฏพนักงานสอบสวนได้จัดให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ร่วมในการสอบถามคำให้การจำเลย ถ้อยคำใดๆที่จำเลยให้การไว้ต่อหน้าพนักงานสอบสวนก็สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดจำเลยได้ ตาม ปวอ มาตรา ๑๓๔/๔วรรคท้าย เพราะความผิดฐานแข่งรถโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดตามพรบ.จราจรทางบก เป็นกรณีความผิดอื่นซึ่งกฎหมายไม่ได้บังคับว่า พนักงานสอบสวนต้องจัดให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์และพนักงานอัยการเข้าร่วมการสอบปากคำผู้ต้องหาตาม ปวอ มาตรา ๑๓๔/๒,๑๓๓ทวิ ประกอบกับผู้ต้องหาเป็นเด็กไม่ต้องการให้บุคคลดังกล่าวเข้าร่วมในการสอบปากคำ คำรับสารภาพที่มีไว้กับพนักงานสอบสวนจึงชอบด้วยกฎหมาย และเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้ ศาลจึงนำคำรับสารภาพในชั้นสอบสวนมาประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์เพื่อลงโทษจำเลยได้ คำพิพากษาฏีกา ๓๔๓๒/๒๕๔๗ ข้อสังเกต๑.ผู้ต้องหาหรือเด็กที่เป็นพยานที่มีอายุไม่เกิน ๑๘ ปีบริบรูณ์มีสิทธิ์ดังนี้คือ ๑.๑ ในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายอันไม่ใช่ความผิดที่เกิดจากการชุลมุนต่อสู้ ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ ความผิดฐานกรรโชก ชิงทรัพย์ และปล้นทรัพย์ตา...

“คดีถึงที่สุดไม่มีเหตุชี้ขาดความเห็นแย้ง”

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฐานร่วมกันฆ่า และร่วมกันพยายามฆ่า เป็นกรรมเดียวผิดกฏหมายหลายบทลงบทหนักฐานร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้ลงโทษประหารชีวิต เมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้วจะเพิ่มโทษอีกไม่ได้ ส่วนความผิดฐานพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ปรับคนละ ๑๐๐ บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษในความผิดฐานร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ๑ ใน ๓ และฐานร่วมกันพาอาวุธฯลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจำคุกตลอดชีวิต ฐานพาอาวุธฯปรับคนละ ๕๐ บาท นับโทษจำเลยที่ ๑ต่อโทษจำเลยที่ ๑ ในคดีหมายเลขแดงที่ ........./.........ของศาลชั้นต้น ริบขวาน มีดพกปลายแหลม ด้ามมีดพร้าของกลาง ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก อัยการศาลสูงจังหวัด........ไม่อุทธรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด.......รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบ จำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค.....ตาม ปวอ มาตรา ๒๔๕ วรรคสอง ศาลอุทธรณ์ภาค....พิพากษายืน อัยการศาลสูงจังหวัด........ไม่ฏีกาส่งสำนวนให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค..... รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาคปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภู...

"ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็น"

ผู้ต้องหาและผู้ตายมีเหตุโกรธเคืองกันเรื่องรุกล้ำที่ดินที่มีแนวเขตติดกัน ผู้ต้องหาขู่ฆ่าผู้ตายหลายครั้ง เคยใช้ปืนไล่ยิงบุตรผู้ตาย วันเกิดเหตุผู้ตาย ภรรยาและบุตรไปดำนา ได้ยินเสียงปืน ๑ นัดขณะนั้นผู้ตายอยู่ที่ไร่ไม่ได้ลงไปดำนาด้วยเข้าใจว่าชาวบ้านยิงนกยิงหนู เมื่อเลิกดำนากลับบ้านไม่พบผู้ตายจึงออกตามหาพบผู้ตายถูกยิงถึงแก่ความตาย จากการตรวจที่เกิดเหตุพบหมอนรองกระสุนปืนลูกซอง ขนาด ๑๒ จำนวน ๒ อัน น่าเชื่อว่าคนร้ายซุ่มยิงในป่าหญ้าห่างศพผู้ตาย ๑๐ เมตร พบรองเท้ายาง ๑ ข้างบริเวณที่ซุ่มยิง และพบอีกข้างห้างจากจุดซุ้มยิงไปทางเถียงนาผู้ต้องหา ๕ เมตร พบคาบเขม่าดินปืนติดบนกิ่งหญ้าในจุดที่ซุ่มยิง พนักงานสอบสวนเก็บเลือดผู้ตาย ๑ ถุงเล็กเป็นของกลาง ได้นำรองเท้ายางไปให้ภรรยาผู้ต้องหาดูรับว่าเป็นรองเท้าผู้ต้องหา และบอกว่าผู้ต้องหาไปนอนเฝ้านาแล้วไม่ได้กลับบ้าน ผู้ต้องหามีปืนลูกซอง ขนาด ๑๒ จำนวน ๑ กระบอก ไม่ทราบเก็บไว้ที่ใด ต่อมาพนักงานสอบสวนได้มาสอบปากคำภรรยาผู้ต้องหาอีกได้ความว่าผู้ต้องหาได้หนีออกจากบ้านไปแล้ว อาวุธปืนลูกซองขนาด ๑๒ที่ผู้ต้องหาซื้อเป็นปืนมีทะเบียนแต่ยังไม่ได้โอนทางทะเบียนและเก็บไว้ใต้ถุนบ้าน อ...

"ทำนาบนหลังคน -ให้มากู้เงิน"

ผู้ต้องหากับพวกวางนามบัตรตามโต๊ะอาหารชักชวนให้คนไปกู้เงิน ทั้งได้จัดนายหน้าพาคนไปกู้เงิน เมื่อมีคนมากู้ก็ลงเงินในสัญญากู้สูงกว่าจำนวนเงินที่กู้เป็นจำนวนมากเทียบได้กับอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๖๐ ถึง ๑๒๐ ต่อปี อ้างว่าเพื่อเป็นหลักประกันการชำระเงิน แล้วได้นำสัญญากู้ไปฟ้องบังคับให้ชำระเต็มตามจำนวนที่ลงไว้ในสัญญากู้ แม้ผู้กู้บางรายชำระเต็มตามจำนวนเงินที่กูแล้ว ก็ยังนำไปฟ้องบังคับให้ชำระหนี้ซ้ำอีก เห็นได้ว่าพฤติกรรมของผู้ต้องหากับพวกมีเจตนาทุจริตมาแต่แรกในการวางแผนเพื่อจะหลอกอาเงินและทรัพย์สินจากผู้เสียหายและคนทั่วไปโดยวิธีเชิญชวนมากู้เงินเป็นการบังหน้าและเมื่อมีผู้หลงเชื่อเข้าใจกันว่าเป็นการกู้ตามปกติ แต่ทำสัญญากู้ระบุจำนวนเงินไว้สูงเพื่อเป็นหลักประกัน จึงได้ยอมทำสัญญากู้ดังกล่าว เป็นการหลอกลวงคนทั่วไปให้มากู้เงินและทำสัญญากู้อันเป็นเอกสารสิทธิ์์ให้แก่ผู้ต้องหากับพวก เพื่อจะใช้สิทธิ์ฟ้องร้องบังคับคดีเอากับทรัพย์สินผู้กู้เต็มตามจำนวนที่หลอกให้ลงจำนวนกู้สูงกว่าความเป็นจริงอย่างมาก ชี้ขาด "ให้ฟ้อง" ผู้ต้องหาที่ ๑ที่๒ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ และชี้ขาด "ควรสั่งฟ้อง" ผู้ต้องหาที่ ๖ ฐานร่ว...

“ไม่มีความเห็นแย้งที่ต้องวินิจฉัย”

เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถบรรทุกพ่วงคลุมผ้าใบแล่นมาอย่างผิดสังเกตจึงเรียกให้หยุด คนขับรถหยุดรถแล้วหลบหนีไป จากการตรวจภายในรถพบไม้ซุงท่อนไม่มีรอยตราเจ้าพนักงานประทับ ภายในรถตรวจพบใบอนุญาตขับขี่รถทุกประเภทจำนวน ๑๐ ใบ กุญแจรถ ๓ ดอก สำเนาหนังสือรับรองที่ดินนิคมฯ หนังสือนำไม้เคลื่อนย้ายไปใช้ประโยชน์และเอกสารอื่นรวม ๑๓ แผ่น โทรทัศน์ติดรถยนต์ ๑ เครื่อง นาฬิกาข้อมือ ๑ เรือน ยึดไว้เป็นของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน อัยการจังหวัด........มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาทำไม้หรือกระทำด้วยประการใดๆแก่ไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ฟ้องในข้อหามีไว้ในความครอบครองไม้หวงห้าม(ไม้ท่อน)อันยังไม่ได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขาย ขอริบไม้ของกลาง ส่วนของกลางอื่นรวมทั้งรถบรรทุกและรถพ่วงให้จัดการตามปวอ มาตรา ๘๕ ผู้บัญชาการศนูย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นชอบกับคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ แต่ไม่เห็นชอบกับคำสั่งที่ไม่ริบรถยนต์บรรทุกและรถบรรทุกพ่วงของกลาง อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า อัยการจังหวัด......มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาบางข้อหา ขอริบไม้หวงห้ามของกลาง ในส่วนของกลางอื่นรวมทั้งรถยนต์บรรทุกและ...

“โทษระงับด้วยความตาย”

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก ๒ ปี และปรับ ๑๐,๐๐๐บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ ๒ ปี จำเลยชำระค่าปรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฏีกา ระหว่างฏีกาจำเลยถึงแก่ความตาย ศาลฏีกามีคำสั่งว่า เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายสิทธิ์ในการนำคดีอาญามาฟ้องระงับ ให้จำหน่ายคดีจากสารบบ ต่อมาวันที่ ๖ พ.ย.๒๕๕๖ ส. ยืนคำร้องว่าจดทะเบียนสมรสกับจำเลย ผู้ร้องจึงเป็นทายาทของจำเลย เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย สิทธิ์ในการนำคดีมาฟ้องระงับไป จึงขอรับเงินค่าปรับคืน ศาลฏีกาเห็นว่า โทษเป็นอันระงับไปด้วยความตายของผู้กระทำผิด ตาม ปอ มาตรา ๓๘ ดังนั้นเมื่อจำเลยถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณาของศาลฏีกา โทษตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองศาลจึงเป็นอันระงับไป เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทของผู้ตายยื่นคำร้องขอรับคืนค่าปรับที่จำเลยชำระตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงต้องคืนค่าปรับให้ผู้ร้อง การที่ศาลล่างทั้งสองศาลยกคำร้อง ศาลฏีกาไม่เห็นด้วย ฏีกาผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษากลับให้คืนค่าปรับ ๑๐,๐๐๐บาทที่จำเลยต้องนำมาชำระที่ศาลชั้นต้นให้แก่ผู้ร้องในฐานะทายาทของจำเลย คำพิพากษา๑๐๔๘๘/๒๕๕๘ ข้อสังเกต ๑.เมื่อจำเลยหรือผู้ต้องหาถึงแก่ควา...

“ลักทรัพย์รับของโจร – คำพิพากษาเปลี่ยนแนว”

ฟ้องขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนหรือรับของโจร ศาลชั้นต้นอ่านและอธิบายฟ้องให้ฟังแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นต้องสอบถามให้ได้ความชัดว่ารับสารภาพฐานใดแล้วจึงพิพากษาลงโทษในข้อหาที่จำเลยรับสารภาพ การที่ศาลชั้นต้นไม่ได้สอบถามจำเลยให้ชัดเจนแต่กลับพิพากษาลงโทษฐานร่วมกันลักทรัพย์ฯโดยไม่ปรากฏชัดว่าจำเลยรับสารภาพในข้อหาดังกล่าว เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ คำพิพากษาฏีกา ๗๗๓๕/๒๕๕๗ ข้อสังเกต๑. กรณีที่ทรัพย์สินหายแต่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าคนร้ายคือใครแต่ไปพบของกลางอยู่ในความครอบครองของจำเลย จำเลยอาจเป็นคนร้ายที่ลักทรัพย์ผู้เสียหายไป หรืออาจไม่ใช่คนร้ายที่ลักทรัพย์ผู้เสียหาย แต่รู้ว่าทรัพย์นั้นเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก เจ้าพนักงานยักยอก แล้วช่วยซ่อนเร็น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือรับจำนำ หรือรับทรัพย์นั้นไว้ด้วยประการใดๆโดยรู้ว่าได้มาจากการกระทำความผิดทางอาญาฐานลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก เจ้าพนักงานยักยอก อันเป็นความ...