บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก กรกฎาคม, 2016

อยู่ในอำนาจศาลทหารหรือไม่

๑.คำว่า บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร “กระทำผิดด้วยกัน” นั้น ไม่จำต้องเป็นเรื่องทหารและพลเรือน “ร่วมกัน” กระทำผิดตาม ปอ. มาตรา ๘๓เสมอไป แม้ทหารและพลเรือนกระทำผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้คนตาย ก็เป็นเรื่อง “ กระทำผิดด้วยกัน” จึงไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร คำพิพากษาฏีหกา๑๑๐๔/๒๕๑๓ ๒.กระทำผิดร่วมกันตามมาตรา ๑๔(๑)พรบ.ธรรมนูญทหาร ฯ มีความหมายกว้างกว่าร่วมกันกระทำผิดตามมาตรา ๘๓ แห่งประมวลกฎหมายอาญา บุคคลที่กระทำผิด “ หาจำต้องมีเจตนาร่วมกันเสมอไปไม่ “ การที่ทหารและพลเรือนใช้อาวุธปืนและมีดทำร้ายร่างกายกันต่อกัน แม้ต่างคนต่างไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย แต่ก็ถือได้ว่าการทำร้ายร่างกายกันและกันกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเป็นส่วนรวม บ้านเมืองที่มีหน้าที่รักษาความสงบสุขในหมู่ประชาชนย่อมเป็นผู้เสียหาย ซึ่งเป้นความเสียหายที่เกิดจากการกระทำผิดของทหารและพลเรือนกระทำด้วยกัน กรณีต้องด้วยมาตรา ๑๔(๑) เป็นอำนาจศาลพลเรือนที่จะพิจารณา คำพิพากษาฏีกา ๑๖๘๔/๒๕๒๑ ข้อสังเกต ๑. คดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ๑.๑ บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร “ กระทำผิดด้วยกัน” ๑....

ปืนหาย

๑.คำพิพากษาฏีกา๑๖๐๗๒/๒๕๓๑ ๒.ทุนทรัพย์ในชั้นฏีกาไม่เกิน๒๐๐,๐๐๐บาท ต้องห้ามฏีกาในข้อเท็จจริง คดีนี้โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ว่าโจทก์รู้ตัวผู้ที่พึงใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อใดจึงเป็นฏีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามไม่ให้ฏีกา ศาลฏีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ๒.หลังเกิดเหตุ โจทก์ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดทางแพ่งและคณะกรรมการดังกล่าวรายงานผลการสอบสวนเสนอโจทก์ว่า จำเลยทั้งสี่สิบสามคนต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายโดยเจ้าหน้าที่โจทก์ลงรับบันทึกดังกล่าวในวันเดียวกันก็ตาม ก็ไม่อาจถือได้ว่าโจทก์ได้รู้ตัวผู้พึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตามบันทึกที่เสนอมาในวันนั้นดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย เพราะมิใช่ว่าคณะกรรมการสืบหาตัวผู้รับผิดทางแพ่งเสนอมาอย่างไรแล้วโจทก์ต้องถือตามนั้น โจทก์ต้องพิจารณาเสียก่อนว่าจะให้ความเห็นชอบตามที่เสนอมาหรือไม่ โดยเมื่อเจ้าหน้าที่รับบันทึกดังกล่าวแล้ว กองพระธรรมนูญซึ่งสังกัดกรมสารบรรณทหาร.......ต้องเป็นผู้พิจารณาในเบื้องต้นเสียก่อน แล้วเสนอให้กรมสารบรรณทหาร......พิจารณาให้ความเห็นชอบในผลการสอบสวนดังกล่าวแล้วสรุปเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาระดับสูงตามลำดับจนถึงเสนาธิกา...

ตัดทอนเพิ่มเติมแก้ไขเอกสารตัวเอง

๑.ขีดฆ่าจำนวนเงินที่สั่งจ่ายในเช็คทั้งที่เป็นตัวอักษรและตัวเลขและได้พิมพ์ตัวอักษรและตัวเลขขึ้นแทน แล้วปลอมลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายเซ็นกำกับในเช็ค เพื่อให้สมุห์บัญชีหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง เช็คทั้งสามฉบับเป็นเช็คของจำเลยที่ ๒ ที่จำเลยที่ ๒ เป็นคนสั่งจ่าย แม้จะขีดฆ่าตัดทอนจำนวนเงินที่ลงในเช็คเดิมทั้งตัวเลขและตัวอักษรแล้วพิมพ์เติมตัวเลขและตัวอักษรขึ้นใหม่อันเป็นเท็จ แต่ก็ไม่ได้ปลอมเช็คของผู้อื่นหรือตั้งใจให้เป็นเช็คของคนอื่น เป็นเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมเช็คของจำเลยที่ ๒ เอง การที่จำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อกำกับในเช็ค จึงไม่ได้ปลอมลายมือชื่อผู้ใด การกระทำของจำเลยที่ ๒ ไม่ผิดฐานปลอมเอกสาร มีผลให้จำเลยที่ ๑ ไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารไปด้วย เมื่อเช็คไม่ใช่เอกสารปลอม การที่จำเลยที่ ๑ นำไปเบิกเงินจึงไม่ใช่การใช้เอกสารปลอม คำพิพากษาฏีกา๒๘๗๐/๒๕๒๖ ๒.โจทก์ขอออกโฉนด เจ้าพนักงานทำเสร็จและประกาศแจกโฉนดให้ราษฏร์ โจทก์มาเซ็นชื่อรับและเสียค่าธรรมเนียม แต่ยังไม่ได้รับมอบโฉนด มีผู้มาขออายัดการขอโฉนด จำเลยจึงไม่แจกโฉนดและลบวันเดือนปีและลายเซ็นของจำเลยออกไป เมื่อยังไม่ได้มีการมอบโฉนด ถือไม่ได้ว่าออกโฉนดแล้ว โฉ...

แล้วแต่ดวง

“คำพิพากษาในแนวแรก ๑.หลอกลวงว่าสามารถวิ่งเต้นอัยการและศาลล้มคดีได้ จึงได้มอบเงินให้ ถือมีวัตถุประสงค์เป็นการร่วมกับจำเลยนำสินบนไปให้เจ้าพนักงาน ถือว่าใช้ให้จำเลยกระทำความผิด แม้จะไม่ทราบว่านำเงินไปวิ่งเต้นคดีหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานฉ้อโกง คำพิพากษาฏีกา ๕๑๗๒/๒๕๕๔ ๒.มอบเงินให้ไปวิ่งเต้นติดสินบนเจ้าพนักงานเพื่อนำไม้จากต่างประเทศเข้าประเทศไทย แม้จำเลยจะไม่ได้นำไปวิ่งเต้นติดสินบน แต่เมื่อมีวัตถุประสงค์เพื่อให้จำเลยไปวิ่งเต้นติดสินบนซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ถือมีส่วนร่วมในการกระทำผิด ไม่ใช่ผู้เสียหาย คำพิพากษาฏีกา ๑๐๑๐๗/๒๕๒๕๓ ๓.มอบเงินให้จำเลยเพื่อไปมอบให้คณะกรรมการสอบหรือบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งเสมียน เพื่อให้บุตรเข้ารับราชการโดยไม่ต้องสอบเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบกฏหมาย ไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฉ้อโกง แม้ร้องทุกข์ก็ไม่ทำให้โจทก์มีอำนาจฟ้อง คำพิพากษาฏีกา ๑๙๖๐/๒๕๓๔ ๔.มอบเงินให้จำเลยเพื่อเป็นการตอบแทนที่จำเลยเสนอเรื่องขอซื้อสินค้าของผู้เสียหายต่อผู้บังคับบัญชาจนเป็นผลสำเร็จ เป็นการมอบเงินเพื่อจูงใจให้กระทำการอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย คำพิพากษาฏี...

มีส่วนกระทำความผิดด้วย

๑.ผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างสร้างอาคารก่อนได้รับอนุญาต เทศบาลอนุญาตให้ก่อสร้างได้โดยต้องแก้ไขแบบแปลนใหม่ ต่างต้องเฉลี่ยความเสียหายด้วยกัน คำพิพากษาฏีกา ๒๑๔๕/๒๕๒๓ ๒.ปล่อยให้ผู้โดยสารห้อยที่บันไดรถ ถือมีส่วนประมาทด้วย คำพิพากษาฏีกา ๖๒๓/๒๕๒๕ ๓.ปล่อยปละละเลยจนสัตว์เข้าไปในที่ของคนอื่น บ่อยๆ จนถูกเจ้าของที่ฆ่าสัตว์ถือว่าเจ้าของสัตว์ต้องร่วมรับผิดด้วย คำพิพากษาฏีกา ๑๔๔/๒๔๙๒ ๔.ขับเรือโดยประมาทเป็นเหตุให้ชนท่าเรือ โจทก์ก็มีมีส่วนผิดที่ไม่จุดไฟที่สะพานเทียบเรือ คำพิพากษาฏีกา ๔๔๐/๒๕๐๙ ๕.เอาเครื่องกั้นทางรถไฟไปซ่อมไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลป้องกันถือประมาท ส่วนคนขับรถที่ฝ่าสัญญาณไปก็ถือว่าประมาทด้วย ต่างฝ่ายต่างต้องรับผิด คำพิพากษาฏีกา ๒๗๕๕/๒๕๒๓ ๖.ต่างฝ่ายต่างประมาทขับรถชนกัน ต่างฝ่ายต่างต้องรับผิด คำพิพากษาฏีกา ๑๖๔๐/๒๕๒๐ , ๑๖๔๐/๒๕๒๐ ,๓๔ ๒๕๒๔,๙๙๘๑๑ และ๕๘๐/๒๕๒๕, ๗.ธนาคารเก็บเงินตามเช็คให้ลูกค้าไม่ได้ก็ไม่ได้แจ้งให้ลูกค้าทราบ ทำให้ลูกค้าเรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้ ธนาคารต้องรับผิด แต่อย่างไรก็ตามลูกหนี้ของลูกค้าสามารถชำระหนี้ได้เพียง ๕๐ %เท่านั้น ลูกค้าไม่ยอมรับชำระหนี้จำนวนนี้จากลูกหนี้ ถือลูกค้าไม...

สลากกินแบ่งรัฐบาล-สินสมรส

ซื้อสลากกินแบ่งก่อนสมรส สลากกินแบ่งออกรางวัลหลังสมรสและถูกรางวัล เงินรางวัลเป็นสินสมรส เมื่อไม่ปรากฏก่อนสมรสได้ทำสัญญาก่อนสมรสไว้ว่าให้ใครเป็นผู้จัดการทรัพย์สินโดยเฉพาะ ดังนั้นเงินรางวัลที่เหลือที่ฝากในธนาคาร คู่สมรสทั้งคู่ย่อมมีอำนาจในการจัดการร่วมกันอยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลใดที่จะให้โจทก์จัดการแต่เพียงฝ่ายเดียว คำพิพากษาฏีกา ๑๐๕๓/๒๕๓๗ ข้อสังเกต ๑.สินสมรสได้แก่ ๑.๑ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสคือจดทะเบียนตามกฎหมาย(ปพพ. มาตรา ๑๔๕๗,๑๔๗๔(๑) ๑.๒.ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือการให้เป็นหนังสือเมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุเป็นสินสมรส ปพพ มาตรา ๑๔๗๔(๒) ๑.๓ดอกผลสินส่วนตัว (ปพพ มาตรา ๑๔๗๔(๓)) ๑.๔กรณีมีข้อสงสัยว่าทรัพย์สินใดเป็นสินส่วนตัวหรือเป็นสินสมรสให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส ๒.คู่สมรสอาจร้องขอต่อศาลให้ตนเป็นผู้จัดการสินสมรสโดยเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือร่วมกันจัดการ หากการกระทำนั้นจะเป็นประโยชน์ยิ่งกว่า ปพพ มาตรา๑๔๘๕ ๓.ซื้อสลากกินแบ่งก่อนทำการสมรส คือก่อนมีการจดทะเบียนสมรส ต่อมาสลากกินแบ่งออกรางวัลหลังจดทะเบียนสมรสและถูกรางวัล เงินรางวัลเป็นทรัพย์สินที่ไ...

ถอนคำร้องทุกข์

ถอนคำร้องทุกข์ในสิทธิ์ในทางทรัพย์สิน ๑.สิทธิ์ถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกง เป็นสิทธิ์เกี่ยวกับทรัพย์สิน เมื่อผู้ร้องทุกข์ตามย่อมตกแก่ทายาท ผู้ร้องเป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย เมื่อผู้ร้องทุกข์ตาย สิทธิ์ในการถอนคำร้องทุกข์จึงตกแก่ผู้ร้องซึ่งเป็นทายาท ผู้ร้องมีสิทธิ์ถอนคำร้องทุกข์ได้ เมื่อผู้ร้องขอถอนคำร้องทุกข์เพราะได้รับเงินชดใช้ สิทธิ์นำคดีมาฟ้องระงับไป คำพิพากษาฏีกา ๗๕๑/๒๕๔๑ ๒.ความผิดฐานยักยอกเป็นสิทธิ์เกี่ยวกับทางทรัพย์สินซึ่งตกทอดไปยังทายาทได้เมื่อผู้ทรงสิทธิ์ตาย คำพิพากษาฏีกา ๒๐๖/๒๔๘๘ ๓.มารดาแทนคำร้องทุกข์แทนบุตรที่ตายได้ คำพิพากษาฏีกา ๑๑/๒๕๑๘ ๔.ถอนคำร้องทุกข์เพราะได้ฟ้องคดีแล้ว ไม่ใช่ถอนคำร้องทุกข์โดยไม่มีเจตนาไม่เอาผิดกับจำเลย ไม่ทำให้สิทธิ์นำคดีมาฟ้องระงับไป คำพิพากษาฏีกา ๑๗๙๒/๒๕๒๒ ข้อสังเกต ๑.สิทธิ์ในการนำคดีอาญามาฟ้องในความผิดต่อส่วนตัวระงับไปเมื่อผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความโดยชอบด้วยกฏหมาย ปวอ มาตรา ๓๙(๒) ๒.ผู้เสียหายคือบุคคลที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดรวมทั้งผู้ที่มีอำนาจในการจัดการแทนผู้เสียหาย รวมทั้งบุคคลดังต่อไปนี้ด้วยคื...

เอกสารเท็จเอกสารปลอม

ปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสในหน้าที่ ๑.ตำรวจที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเสมียนเปรียบเทียบ แก้หรือลงจำนวนเงินในใบเสร็จให้น้อยกว่าต้นฉบับ คำพิพากษาฏีกา ๓๕/๒๕๒๑ ๒.ผู้ช่วยนายทะเบียนจดลงในทะเบียนบ้านและลงลายมือชื่อรับรองว่า ด. ย้ายเข้าบ้านนั้น อันเป็นความเท็จ คำพิพากษากีกา ๑๖๕๕/๒๕๒๐ ๓.พัสดีและผู้คุมปลอมใบสุทธิ์ที่เรือนจำออกให้แก่ผู้พ้นโทษ โดยพิมพ์ลายมือปลอมเป็นผู้พ้นโทษ คำพิพากษาฏีกา ๗๕๓/๒๕๒๐ ๔.ปลัดอำเภอมีหน้าที่ทำตั๋วรูปพรรณสัตว์ ลงลายมือชื่อในตั๋วรูปพรรณที่รู้ว่าปลอมลายพิมพ์นิ้วมือเจ้าของสัตว์ คำพิพากษาฏีกา ๕๗๒/๒๕๕๙ ๕.จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ในการพิสูจน์การครอบครองที่ดินแล้วกรอกข้อความลงในแบบบันทึกการสอบสวนสิทธิ์และพิสูจน์การทำประโยชน์เพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เอกสารดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของจำเลยก่อนส่งไปยังศนูย์หรือผู้ควบคุมสาย เมื่อเอกสารนี้ถูกปลอมลายมือชื่อของ จ ผู้มีหน้าที่ปกครองท้องที่และระวังแนวเขต โดยจำเลยมีโอกาสกระทำเองหรือร่วมกับจำเลยอื่นกระทำขึ้น จึงเป็นการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่ ตาม ปอ มาตรา ๑๖๑ พรบที่ดินฯมาตรา ๕๘ บัญญัติให้นายอำเภอมีหน้าที่แต่งตั้งให้...

พยายามกระทำผิดที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ (มาตรา 81 วรรคหนึ่ง)

คำพิพากษาฎีกาที่ 2249/2554 จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย 2 นัด ในระยะห่างเพียงประมาณ 1 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่ใกล้ แต่ตามใบรับรองแพทย์ แพทย์ผู้ตรวจรักษาผู้เสียหายวินิจฉัยว่า ผู้เสียหายมีบาดแผลถูกยิงและถูกทำร้ายร่างกายบริเวณคอ ศีรษะ และใบหน้า แต่ไม่ปรากฏว่าบาดแผลดังกล่าวมีขนาดและความลึกเท่าใด หรือแพทย์มีความเห็นว่า ถ้าผู้เสียหายไม่ได้รับการรักษาบาดแผลทันท่วงทีผู้เสียหายจะถึงแก่ความตายหรือไม่ ทั้งแพทย์มีความเห็นว่า ผู้เสียหายควรหยุดงานเพียง 8 วัน แม้จะได้ความจากผู้เสียหายว่า แพทย์ต้องผ่าเอาหัวกระสุนปืนออกจากบริเวณท้ายทอยของผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายก็พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณ 6 วันเท่านั้น เชื่อได้ว่าบาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับไม่รุนแรงนัก การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายในระยะใกล้ แต่ผู้เสียหายไม่ได้รับอันตรายร้ายแรง แสดงว่าอาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงไม่มีประสิทธิภาพไม่สามารถทำให้ถึงแก่ความตายได้ ถือว่าการกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นของจำเลยไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำตาม ป.อ. มาตรา 81 วรรคหนึ่ง