บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก 2015

21. สมคิด นามแก้ว ยาบ้ารายแรก

น.ช.สมคิด นามแก้ว อายุ 35 ปี หมายเลขประจำตัว 489/41 คดีมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง(ยาบ้า) ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษมาตรา 66 หมายเลขคดีดำที่ 7858/40 หมายเลขคดีแดงที่ 4112/41 ศาลอาญากรุงเทพใต้ เหตุเกิดบนทางหลวงหมายเลข 103 อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ยาเสพติดทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น ผงขาว เฮโรอีน ฝิ่น กัญชา และอื่นๆอีกหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ยาบ้า” กำลังเป็นภัยร้ายแรงอยู่ในสังคมเกือบทุกระดับชั้นในขณะนี้ และยังเป็นต้นเหตุของอาชญากรรมประเภทต่างๆอีกด้วย โทษภัยของยาเสพติดที่มีต่อผู้เสพนั้น มีมากมายหลายอย่างเช่น สมองเสื่อม คลุ้มคลั่ง ประสาทหลอน บางรายเสพเกินขนาดอาจทำให้ถึงตายได้ แต่ก็ยังมีผู้หลงผิดเสพยาเสพติดเหล่านั้นอยู่อีก ยาเสพติดเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นผู้เสพหรือผู้ค้าหากถูกจับกุมได้ จะถูกดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดไม่มียกเว้น ซึ่งโทษของคดียาเสพติดนั้น มีตั้งแต่ ปรับ กักขัง จำคุก และสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต สำหรับผู้ค้ายาเสพติดให้โทษ เมื่อเข้ามาอยู่ในเรือนจำแล้ว โอกาสที่จะได้กลับออกไปสู่โลกภา...

22.ลี ยวน กวง, ชู ชิน ก้วย, บุญเกิด จิตรปราณี แก๊งค้ายาข้ามชาติ

22.ลี ยวน กวง, ชู ชิน ก้วย, บุญเกิด จิตรปราณี แก๊งค้ายาข้ามชาติ น.ช.ลี ยวน กวง อายุ 48 ปี (สัญชาติฮ่องกง) หมายเลขประจำตัว 148/40 น.ช.ชู ชิน ก้วย อายุ 34 ปี (สัญชาติพม่า) หมายเลขประจำตัว 149/40 น.ช.บุญเกิด จิตรปราณี อายุ 41 ปี หมายเลขประจำตัว 150/40 คดีร่วมกันมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 66 วรรค 2, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91 หมายเลขคดีดำที่ 890/37 หมายเลขคดีแดงที่ 1662/40 ศาลอาญากรุงเทพฯ ผลงานการจับกุมของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับสำนักงานปราบปรามยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2536 นายโจ(นามสมมุติ) เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้รับการติดต่อจากพ่อค้ายาเสพติดทราบชื่อว่านายอัลเบิร์ต โดยนายอัลเบิร์ตบอกว่ารู้จักกับพ่อค้ายาเสพติดซึ่งกำลังหาทางส่งเฮโรอีนจำนวนมากไปยังประเทศไต้หวัน หากว่านายโจสนใจที่จะเป็นผู้นำส่งเฮโรอีนดังกล่าว นายอัลเบิร์ตยินดีที่จะนำนายโจไปทำความรู้จักกับพ่อค้ายาเสพติดคนดังกล่...

23.วิเชียร แสนมหายักษ์

23.วิเชียร แสนมหายักษ์ ผมมันแค่รายย่อย น.ช.วิเชียร แสนมหายักษ์ อายุ 42 ปี หมายเลขประจำตัว 992/41 คดีนำยาเสพติดให้โทษฯเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรค 2, 65 วรรค 2, 66 วรรค 2 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 หมายเลขคดีดำที่ 7417/40 หมายเลขคดีแดงที่ 7691/41 ศาลจังหวัดเชียงราย เหตุเกิดพื้นที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย วันที่ 13 กันยายน พ.ศ.2540 เวลา 16.30 น. บริเวณจุดตรวจใกล้สะพานพรมแดนไทย ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.อ.แม่สาย และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้ทำการตั้งด่านตรวจค้นรถยนต์ที่ผ่านเข้าออกจากประเทศเพื่อนบ้าน พบรถกระบะหมายเลขทะเบียน พ-6271 จันทบุรี ขับข้ามพรมแดนเข้ามาจากประเทศพม่า จึงได้เรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น ภายในรถคันดังกล่าวเจ้าหน้าที่พบผู้ขับขี่ทราบชื่อในภายหลังว่านายวิเชียร แสนมหายักษ์ ขับมาลำพังเพียงคนเดียว ก่อนทำการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงความบริสุทธิ์ให้นายวิเชียรดูจนเป็น...

ฎีกาคลาสสิค

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1524/2551 จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดอาญา ได้พบเห็น ส. กับพวกเล่นการพนันชนไก่อันเป็นความผิดอาญา จำเลยมีหน้าที่ต้องทำการจับกุมผู้กระทำความผิด แต่กลับไม่ทำการจับกุมและเรียกรับเงินจำนวน 1,500 บาท จาก ส. เพื่อจะไม่จับกุมตามหน้าที่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149 ( คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3470/2543 เมื่อเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้วก็ไม่จำต้องปรับบทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก ) คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 999/2527 จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ มีอำนาจทำการสืบสวนคดีอาญาและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายในกรณีที่มีผู้กระทำผิดซึ่งหน้าแม้ในที่รโหฐานจำเลยก็มีอำนาจจับโดยไม่ต้องมีทั้งหมายจับและหมายค้นดังนั้นการที่จำเลยเข้าไปในห้องเล่นการพนันพบผู้เล่นกำลังเล่นพนันเอาทรัพย์สินกันแล้วไม่ทำการจับกุมย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการกรมตำรวจจำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7836 - 7837/2544 จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมผู้กระทำผิดแต่จ...

การพรากเป็นคนละอย่างกับการพูดชักชวน

การพรากเป็นคนละอย่างกับการพูดชักชวน และการพรากมีความหมายคนละอย่างกับการพูดและไม่ใช้การพูด หากพูดแต่ไม่ได้พราก ย่อมไม่เป็นการพรากเพราะการพรากจะต้องมีการกระทำยิ่งกว่าคำพูด" อ้างอิงจาก11196/2555 มาบ้านเองไม่พรากพาเข้าห้องนอนชั้นล่างพรากแล้ว5484/2555 ยกเว้นข้อเท็จจริงที่แตกต่าง ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11196/2555 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายธนานันท์ วัดครบุรี จำเลย ป.อ. มาตรา 317 การพรากเป็นคนละอย่างกับการพูดชักชวนและการพรากมีความหมายคนละอย่างกับการพูดและไม่ใช่การพูด หากจำเลยพูดแต่ไม่ได้พรากหรือพาผู้เสียหายไปจำเลยย่อมไม่ผิดฐานพรากผู้เยาว์ เพราะการพรากผู้เยาว์จะต้องมีการกระทำที่ยิ่งกว่าการพูดชักชวน เนื่องจากการพูดชักชวน เด็กหรือผู้เยาว์ตัดสินใจไม่ไปตามที่พูดชักชวนได้ จนกว่าจะมีการพาเด็กหรือผู้เยาว์ไปตามทิศทางที่พูดชักชวนไว้ จึงจะมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์ได้ สอดคล้องกับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานที่ให้คำนิยามคำว่า พราก หมายถึงต้องมีการกระทำที่พาไป ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยพูดชักชวนผู้เสียหายที่ 1 จนผู้เสียหายที่ 1 ยอมออกจากบ้านมาห...

จราจร

รูปภาพ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5942/2548 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายเอกรินทร์ จินดาสมัย จำเลย จำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษเบากว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 เพื่อให้ความผิดทั้งหมดรวมทั้งความผิดที่มีโทษหนักกว่าเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37 ได้ แม้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับจำเลยไปแล้วในความผิดฐานดังกล่าวโดยความยินยอมของผู้เสียหายเพราะผู้เสียหายมิได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ด้วย การเปรียบเทียบปรับก็ไม่ชอบ คดีอาญาไม่เลิกกัน ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจล...

ยาเสพติดให้โทษ

รูปภาพ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๙๗๕/๒๕๔๓ ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙(๔) พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒มาตรา ๑๕, ๖๗ ***เมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๗๔ เม็ด ในคดีนี้ที่ยึดได้จากกระเป๋าผ้าลักษณะคล้ายถุงย่ามที่จำเลยสะพายอยู่เป็นเมทแอมเฟตามีนที่ เจ้าพนักงานตำรวจยึดได้ในการตรวจค้นคราวเดียวกันกับเมทแอมเฟตามีน จำนวน ๕ เม็ดที่ค้นได้จากห้องของจำเลยในคดีก่อนของศาลชั้นต้น เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยรับเอาเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๕ เม็ดและจำนวน ๑๗๔ เม็ด ไว้คนละคราวกัน จึงต้องถือว่าเป็นเมทแอมเฟตามีนจำนวนเดียวกันซึ่งแยกเก็บไว้ในที่ต่างกันเท่านั้น การกระทำของจำเลย ในคดีนี้กับการกระทำของจำเลยในคดีก่อนจึงเป็นการกระทำอันเป็น กรรมเดียว เมื่อศาลมีคำพิพากษาในคดีก่อนแล้ว ฟ้องโจทก์ในคดีนี้ จึงเป็นฟ้องในคดีที่ศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิด ซึ่งได้ฟ้องไปแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔) ***ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า สิทธินำคดีมาฟ้องของโจทก์ระงับไปหรือไม่ เห็นว่า ตามพยานหลักฐานของโจทก์ได้ความโดยสรุปว่า ในวันเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจได้นำหมา...

รถหายในห้างสรรพสินค้า

รูปภาพ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7471/2556 จำเลยเป็นบริษัทจำกัด(มหาชน) มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการห้างสรรพสินค้าขายปลีกและขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคต่างๆ ย่อมต้องให้ความสำคัญด้านบริการไม่ว่าจะเป็นเรื่องสินค้า ความปลอดภัย ความสะดวกสบายเพื่อสร้างความพึงพอใจและดึงดูดให้ลูกค้ามาใช้บริการและซื้อสินค้า เฉพาะอย่างยิ่ง บริการเกี่ยวกับสถานที่จอดรถเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของลูกค้าที่จะเข้าไปซื้อสินค้าหรือใช้บริการอื่นๆหรือไม่ ทั้งตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 8(9),34 บัญญัติให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารต้องมีพื้นที่จอดรถเพื่ออำนวยความสะดวกแก่การจราจร ทั้งจำเลยยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าทั้งในชีวิตและทรัพย์สินและมีหน้าที่ดูแลด้วยตามสมควร มิใช่ปล่อยให้ลูกค้าระมัดระวังหรือเสี่ยงภัยเอาเอง ก่อนเกิดเหตุจำเลยได้จัดให้มีการแจกบัตรสำหรับรถของลูกค้าที่เข้ามาจอดในห้างของจำเลย แต่ขณะเกิดเหตุยกเลิกไปแล้วโดยใช้กล้องวงจรปิดแทน แสดงว่าจำเลยเคยใช้วิธีแจกบัตรสำหรับรถของลูกค้าซึ่งเป็นวิธีที่มีการตรวจสอบการเข้าออกของรถยนต์ที่เข้ามาใช้บริการในห้างสรรพสินค้าของจำเลย โดยพนักงานและค่อนข้างรัดกุมเพรา...

คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร: 9.เก้า ปั้นหยัด ผมเมาไปหน่อย

คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร: 9.เก้า ปั้นหยัด ผมเมาไปหน่อย : น.ช.เก้า ปั้นหยัด อายุ 29 ปี หมายเลขประจำตัว 667/39 คดีพรากผู้เยาว์ ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบสามปี ฆ่าผู้อื่นโดยกระทำทา...

คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร: 27.อำไพ ใสโพธิ์ เมาแล้วมีอารมณ์

คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร: 27.อำไพ ใสโพธิ์ เมาแล้วมีอารมณ์ :                             น . ช . อำไพ   ใสโพธิ์   อายุ 26 ปี   หมายเลขประจำตัว 139/42   คดีพรากผู้เยาว์   ฆ่าผู้อื่นโดยกระทำทาร...

คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร: 38.จิรวัฒน์ พุ่มพฤกษ์ , บัณฑิต เจริญวานิช ผู้ค้ายา...

คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร: 38.จิรวัฒน์ พุ่มพฤกษ์ , บัณฑิต เจริญวานิช ผู้ค้ายา... :                         น.ช.จิรวัฒน์หรือเอ้ พุ่มพฤกษ์ อายุ 45 หมายเลขประจำตัว 689/44 น.ช.บัณฑิต เจริญวานิช อายุ 54 หมายเลขประ...

คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร: 39.ข้อคิดก่อนจาก

คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร: 39.ข้อคิดก่อนจาก :                          จากประสพการณ์ในการนำนักโทษไปประหารชีวิตของข้าพเจ้านั้น   ในวาระสุดท้ายของแต่ละ...

THE BEE GEES GREATEST HITS

รูปภาพ

รวมscorpions

รูปภาพ

เตรียมสอบ 2

ถาม = นาย ก. เป็นเจ้าหนี้เงินกู้นาย ข. ถึงเวลากำหนด ข. ไม่ชำระหนี้ นาย ค. บุตรนาย ก.ไปทวงหนี้โดยบอกว่าหากนาย ข. ไม่ชำระหนี้จะพาพวกมารุมทำร้ายและฆ่าให้ตาย นาย ข. ตอบตกลงแต่กลับไปแจ้งความตำรวจให้ไปจับนาย ค. นาย ค.ทราบว่านาย ข.ไปแจ้งความจึงไปพูดขู่นาย ข. ว่าหากไม่ไปถอนแจ้งความจะนำความลับที่นาย ข. เคยเป็นชู้กับ น.ส.ว. ไปเปิดเผยให้บุคคลอื่นทราบและให้นาย ข. จ่ายเงินให้จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท นาย ข. ยอมถอนแจ้งความและจ่ายเงินให้นาย ค. ข้อเท็จจริงเรื่องนาย ข. เป็นชู้กับ น.ส.ว. นั้นมีนาย a กับนาย b รู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น กรณีนี้นาย ข. จะมีความรับผิดทางอาญาหรือไม่ อย่างไร หลัก = เจ้าหนี้ใช้อำนาจบังคับชำระหนี้ แม้ว่าจำนวนที่เรียกร้องจะเกินจำนวนหนี้ก็ตาม ถือว่าเจ้าหนีไม่มีเจตนาทุจริต ไม่มีความผืิดฐานลักทรัพย์ ( ฎ.๓๑๕๐/๒๕๔๙ ) ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยคือ การกระทำของนาย ค.ผิดฐานกรรโชกทรััพย์หรือไม่ โดยหลัก การขู่ว่าจะใช้สิทธิตามปกติไม่ถือว่าเป็นการข่มขู่ จึงไม่อาจเป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ได้ เช่นขู่ว่าให้ชำระหนี้มิฉะนั้นจะนำคดีไปฟ้องศาล, ขู่ว่าให้ชำระหนี้มิฉะนั้นจะไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ( ฎ.๒๖๘๘/๒๕๓๐...